thansettakij
thansettakij
"ยูบีเอส"ดาวน์เกรด หุ้น "BGRIM-GPSC" จากนโยบายลดค่าไฟ

"ยูบีเอส"ดาวน์เกรด หุ้น "BGRIM-GPSC" จากนโยบายลดค่าไฟ

06 ต.ค. 66 | 22:05 น.

บล.ยูบีเอส ปรับมุมมอง"กลุ่มโรงไฟฟ้า"ของไทยเป็นลบ พร้อม Downgrade หุ้น BGRIM และ GPSC แนะนำ "ขาย" จากผลกระทบนโยบายลดอัตราค่าไฟ

บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ยูบีเอส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ UBS ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มีมุมมองเป็นลบต่อกลุ่มบริการสาธารณูปโภคในประเทศไทย โดย Downgrade หุ้นผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ คือบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM และ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เป็น "ขาย" จากก่อนหน้านี้แนะนำ "ซื้อ" ขณะที่คง Neutral สำหรับหุ้นบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ  GULF โดยปรับลดคาดการณ์กำไรของแต่ละบริษัทในปี 66-68 ลง 18-100% และปรับราคาเป้าหมายลง 20-56%

UBS ลดราคาเป้าหมายของ BGRIM ลงจากเดิม 50.3 บาท เหลือ 22.1 บาท ส่วน GPSC ปรับลดจากเดิม 63.4 บาท เหลือ 35.3 บาท และ GULF จากเดิม 57.6 บาท เหลือ 46.0 บาท 
 

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาหุ้น

1) นโยบายลดอัตราค่าไฟฟ้าลง 

มองว่ารัฐบาลไทยมีจุดยืนที่จะปรับลดค่าไฟฟ้าลง 15% ถือเป็นปัจจัยเชิงลบต่อผู้ผลิตไฟฟ้าไทย เราคาดว่าค่าไฟจะลดลงอีก 8% ในปี 67 และ 5% ในปี 68

2) ราคาก๊าซไม่ลดลง

หลังจากราคาก๊าซเพิ่มขึ้น 80% ในปี 65 เราและตลาดคาดการณ์ว่าจะยังไม่ปรับลดลงในปีนี้ โดยราคาก๊าซลดลงเพียง 2% ในครึ่งแรกของปี 66 (จากค่าเฉลี่ยที่ 478 บาท/ล้านบีทียูในปี 65 เป็น 469 บาท/ล้านบีทียูใน 1H66) โดยผู้ผลิตไฟฟ้าคาดว่ามีความเป็นไปได้ที่ราคาก๊าซจะลดลงมาที่ 400 บาท/ล้านบีทียูในระยะกลาง  

3) พลังงานทดแทน โครงการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทน 5.2 GW ซึ่งมีขึ้นเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว สามารถเข้ามาทดแทนการใช้ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าก๊าซ แม้ว่ารัฐบาลใหม่จะยังไม่ได้เซ็นสัญญา PPA และยังไม่รู้ว่าการประมูลในเฟสที่ 2 อีกราว 4GW จะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่หากมีการลงนามแล้วคาดว่า GULF จะได้รับประโยชน์สูงสุดราว 50% ของสัญญาการประมูล

 

ความเสี่ยงใหม่ 3 ประการสำหรับกลุ่มโรงไฟฟ้า         

1)  ธุรกิจ SPP มีแนวโน้มขาดทุน จากราคาก๊าซที่อยู่ในระดับราว 400 บาท/ล้านบีทียู ราคาก๊าซ และค่าไฟฟ้าที่ 3.5-4.0 บาท/กิโลวัตต์-ชั่วโมง อัตรากำไรของ SPP อาจติดลบในอนาคตอันใกล้ แม้ว่า กฟผ.อาจช่วยอุดหนุนราคาก๊าซ แต่จากนโยบายช่วยเหลือค่าไฟฟ้าที่ผ่านมาทำให้มีรัฐมีหนี้กับ กฟผ.อยู่ในระดับสูง 1.1 แสนล้านบาท ณ สิ้นปี 65

2) ความเสี่ยงในการออกไปเติบโตต่างประเทศ เนื่องจากขาดโอกาสในประเทศ เราจึงคิดว่าผู้ผลิตไฟฟ้าของไทยจะมองตลาดต่างประเทศอย่างจริงจังมากขึ้นเพื่อไล่ตามการเติบโต ซึ่งอาจนำไปสู่ภาระต้นทุนทางการเงิน
 

3) กระแสเงินสดเริ่มลดลง มีความเสี่ยงด้านเงินทุน: เมื่อพิจารณาจาก SPP ที่ขาดทุน ธุรกิจตอนนี้กระแสเงินสดจะอ่อนลง ส่งผลให้ผู้ผลิตที่มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสูง 100-300% อาจพบว่าเป็นเรื่องยากสำหรับการขยายธุรกิจในต่างประเทศ

อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบ GULF  กับ BGRIM และ GPSC พบวา BGRIM และ GPSC ได้รับผลกระทบมากขึ้นจากราคาก๊าซสูงขึ้นและค่าไฟฟ้าที่ลดลง แม้ว่าราคาหุ้นจะลดลง 19-41% YTD สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าทั้ง 3 ราย แต่ก็ยังถือว่าราคาไม่ถูก โดยซื้อขายที่ 12-21 เท่า one year Foward EV/EBITDA ตามประมาณการใหม่ของเรา

การเคลื่อนไหวราคาหุ้นปิดเมื่อวันที่ 6 ต.ค.66

  • BGRIM ปิดที่ 26.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ -3.70%
  • GPSC ปิดที่ 42.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ -2.33%
  • GULF ปิดที่ 43.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ -4.44%