thansettakij
thansettakij
เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ ที่ระดับ 34.72 บาทต่อดอลลาร์

เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ ที่ระดับ 34.72 บาทต่อดอลลาร์

29 ธ.ค. 65 | 00:56 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ธ.ค. 65 | 10:31 น.

ค่าเงินบาทยังคงผันผวนมีแนวโน้มเคลื่อนไหว Sidewaysอาจไม่อ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านแถว 34.90-35.00 บาทต่อดอลลาร์

เงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.72 บาทต่อดอลลาร์ "ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง”จากระดับปิดวันก่อนหน้า


นายพูน    พานิชพิบูลย์   นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุนธนาคารกรุงไทยระบุว่า แนวโน้มค่าเงินบาท เรามองว่า เงินบาทยังคงมีแนวโน้มเคลื่อนไหว Sideways ซึ่งหากเงินดอลลาร์ยังคงได้แรงหนุนจากภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาด 

แต่เรายังคงมองว่า แม้ว่าเงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า แต่ปัจจัยสนับสนุนการแข็งค่าของเงินบาทก็ยังมีอยู่

 

อาทิ แรงซื้อหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ ที่ยังคงเดินหน้าซื้อสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่อง ทำให้ค่าเงินบาทอาจไม่อ่อนค่าไปมากหรือทะลุโซนแนวต้านที่เราเคยประเมินไว้แถว 34.90-35.00 บาทต่อดอลลาร์



อนึ่ง การเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ผันผวนสูงในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนถึงความจำเป็นของการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น

 

ทำให้เราคงแนะนำ ผู้ประกอบการควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ Options ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงได้ดีในช่วงที่ตลาดผันผวนหนัก

มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.60-34.80 บาท/ดอลลาร์
 

บรรยากาศในฝั่งตลาดการเงินสหรัฐฯ โดยรวมยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลงหนักและเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย หากเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ซึ่งผู้เล่นในตลาดบางส่วนก็กังวลว่า

 

การเปิดประเทศจีนอย่างเต็มรูปแบบของในปีหน้า อาจทำให้ปัญหาเงินเฟ้อไม่สามารถคลี่คลายลงได้ง่าย

 

และอาจกดดันให้เฟดจำเป็นต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ โดยความกังวลดังกล่าวได้สะท้อนผ่าน การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ สู่ระดับ 3.88% ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคฯ

 

และหุ้นสไตล์ Growth ที่อ่อนไหวกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์/อัตราดอกเบี้ย ปรับตัวลงต่อเนื่อง อาทิ Apple -3.1%, Alphabet -1.6%, Microsoft -1.0% กดดันให้ ดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวลงกว่า -1.35% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดตลาด -1.20%



ส่วนในทางด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 พลิกกลับมาย่อตัวลง -0.13% กดดันโดยแรงขายหุ้นกลุ่มเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth จากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ระยะยาว เช่นเดียวกับในฝั่งสหรัฐฯ (ASML -1.7%, Adyen -0.8%)

 

นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดยังรอประเมินผลกระทบจากการเปิดประเทศจีนในต้นปีหน้า ว่าจะส่งผลดีหรือผลเสียต่อภาพเศรษฐกิจยุโรปมากกว่ากัน เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในจีนล่าสุดยังคงน่ากังวลอยู่



ในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หนุนโดยการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน โดยล่าสุด ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 104.5 จุด

 

ทั้งนี้ แม้ว่าบรรยากาศในตลาดการเงินจะอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง แต่การปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ก็กดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ก.พ.) ยังคงเคลื่อนไหวผันผวน ใกล้ระดับ 1,812 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

โดยมีบางจังหวะที่ราคาทองคำย่อตัวลงใกล้โซนแนวรับแถว 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งมีโอกาสที่ผู้เล่นในตลาดบางส่วนอาจรอจังหวะการย่อตัวของทองคำในการทยอยเข้าซื้อ และโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวอาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้บ้าง



สำหรับวันนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ อย่าง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) รวมถึง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานต่อเนื่อง (Continuing Claims) โดยหากรายงานข้อมูลดังกล่าวยังคงออกมาดีกว่าคาด

 

อาทิ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก ต่ำกว่า ระดับ 220,00 ราย หรือ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานต่อเนื่อง ต่ำกว่า 1.67 ล้านคน ผู้เล่นในตลาดก็อาจประเมินว่า ภาพตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่งอยู่

 

อาจหนุนให้เฟดสามารถเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องได้ และอาจแตะระดับสูงกว่า 5.00% ที่ตลาดมองในปัจจุบัน ซึ่งภาพดังกล่าวก็อาจกดดันให้บรรยากาศในตลาดการเงินอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงหรือระมัดระวังตัวมากขึ้นได้

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่าเงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 34.68-34.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (9.10 น.) เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 34.76 บาทต่อดอลลาร์ฯ

 

โดยเงินบาทและสกุลเงินเอเชียบางส่วนแข็งค่าขึ้นตามค่าเงินเยนและเงินหยวน ขณะที่แรงหนุนเงินดอลลาร์ฯ ชะลอลงบางส่วน เนื่องจากตลาดอยู่ระหว่างรอปัจจัยใหม่ๆ มากระตุ้น โดยเฉพาะตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ที่จะรายงานในคืนนี้ 

 

อย่างไรก็ดี อาจต้องติดตามสถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในจีนที่ยังเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงท่าทีของทางการประเทศต่างๆ หลังจากที่จีนทยอยเปิดประเทศ ซึ่งน่าจะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินเอเชียในระหว่างวันด้วยเช่นกัน 

 

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ คาดไว้ที่  34.65-34.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ

 

โดยปัจจัยที่ต้องติดตามจะอยู่ที่ทิศทางฟันด์โฟลว์และสกุลเงินเอเชีย สถานการณ์โควิดในจีน รวมถึงข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ