thansettakij
thansettakij
ธนาคารกลางทั่วโลกลดพึ่งดอลลาร์ เร่งเพิ่มทองคำในทุนสำรอง

ธนาคารกลางทั่วโลกลดพึ่งดอลลาร์ เร่งเพิ่มทองคำในทุนสำรอง

20 มิ.ย. 69 | 02:49 น.
อัปเดตล่าสุด :20 มิ.ย. 69 | 02:58 น.

ผลสำรวจ World Gold Council พบ 84% ของธนาคารกลางทั่วโลกคาดเพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรองภายใน 5 ปีข้างหน้า ขณะที่ 74% มองสัดส่วนเงินดอลลาร์สหรัฐจะลดลง

KEY

POINTS

  • ผลสำรวจ World Gold Council ชี้ว่าธนาคารกลางทั่วโลกส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรอง ขณะที่คาดการณ์ว่าจะลดการถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐในระยะยาว
  • ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการตัดสินใจนี้คือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ
  • ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่สำคัญ โดยมีคุณสมบัติโดดเด่นในการรักษามูลค่าช่วงวิกฤต เป็นแหล่งเก็บมูลค่า และช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตทุนสำรอง

ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเพิ่มน้ำหนักการถือครองทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อเงินดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินสำรองหลักของโลกมีแนวโน้มลดลงในระยะยาว

ผลสำรวจ Central Bank Gold Reserves Survey 2026 ของ World Gold Council ซึ่งจัดทำร่วมกับ YouGov พบว่า 84% ของธนาคารกลางที่เข้าร่วมการสำรวจเชื่อว่า สัดส่วนทองคำในทุนสำรองรวมของประเทศจะเพิ่มขึ้นภายใน 5 ปีข้างหน้า เพิ่มขึ้นจาก 76% ในการสำรวจปีที่ผ่านมา

ในขณะเดียวกัน 74% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่า สัดส่วนการถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐในทุนสำรองรวมจะลดลงในช่วงเวลาเดียวกัน แม้ว่าดอลลาร์ยังคงเป็นสกุลเงินทุนสำรองหลักของโลกก็ตาม

ผลสำรวจสะท้อนมุมมองที่สอดคล้องกันทั้งในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และกำลังพัฒนา (EMDE)

ธนาคารกลางส่วนใหญ่ยังเดินหน้าซื้อทองคำต่อ

แนวโน้มการสะสมทองคำยังคงดำเนินต่อไปในระยะสั้น โดย 89% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าปริมาณทองคำสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

นอกจากนี้ 45% ระบุว่า ธนาคารกลางของตนเองมีแนวโน้มเพิ่มการถือครองทองคำในปีหน้า ซึ่งใกล้เคียงกับระดับ 43% ในการสำรวจปี 2025 และถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่มีการสำรวจ

กลุ่มประเทศ EMDE ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการสะสมทองคำ โดยประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ตอบในกลุ่มนี้คาดว่าจะเพิ่มทองคำเข้าสู่ทุนสำรอง ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งคาดว่าจะรักษาระดับเดิม

สงครามและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์หนุนความต้องการทองคำ

ผลสำรวจพบว่า ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อการตัดสินใจบริหารทุนสำรองของธนาคารกลาง

ผู้ตอบแบบสอบถาม 92% ระบุว่า ระดับอัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการบริหารทุนสำรองมากที่สุด ขณะที่ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์และความกังวลเรื่องเงินเฟ้อได้รับการจัดอันดับเป็นปัจจัยสำคัญรองลงมา

รายงานระบุว่า ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ขยับขึ้นมาอยู่เหนือความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในการสำรวจปีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน

ในกลุ่มประเทศ EMDE ความกังวลต่อภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงกว่าประเทศพัฒนาแล้วอย่างชัดเจน โดย 95% มองว่าสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยสำคัญ ขณะที่ 84% ยังคงให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ

ทองคำยังโดดเด่นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยามวิกฤต

เมื่อถามถึงเหตุผลในการถือครองทองคำ ผู้ตอบแบบสอบถาม 90% ระบุว่า ผลการดำเนินงานของทองคำในช่วงวิกฤตเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจถือครองทองคำ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มการสำรวจ

ขณะที่ 84% ระบุว่าทองคำมีบทบาทเป็นแหล่งเก็บมูลค่า และ 83% มองว่าทองคำช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตทุนสำรอง

ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และกำลังพัฒนา 92% ของผู้ตอบมองว่าความสามารถของทองคำในการรักษามูลค่าในช่วงวิกฤตเป็นเหตุผลสำคัญในการถือครองทองคำ เทียบกับ 81% ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว

นอกจากนี้ 85% ของผู้ตอบจากกลุ่ม EMDE ยังมองว่าทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วมีสัดส่วนอยู่ที่ 56%

London Good Delivery ยังเป็นมาตรฐานหลักของการถือครองทองคำ

ผลสำรวจพบว่า 76% ของธนาคารกลางยังคงบริหารทองคำแยกจากสินทรัพย์ทุนสำรองประเภทอื่น

เหตุผลหลักคือการมองทองคำเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ โดย 75% ของผู้ตอบเลือกเหตุผลดังกล่าว เพิ่มขึ้นจาก 64% ในปีก่อนหน้า

สำหรับรูปแบบทองคำที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ทั้งในการซื้อและการถือครอง คือทองคำแท่งมาตรฐาน London Good Delivery โดย 62% ของผู้ตอบเลือกเป็นรูปแบบหลักในการซื้อ และ 93% เลือกเป็นรูปแบบหลักในการถือครอง

ธนาคารกลางเริ่มกระจายสถานที่เก็บทองคำมากขึ้น

แม้ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) จะยังคงเป็นสถานที่เก็บรักษาทองคำที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดย 57% ของผู้ตอบระบุว่าใช้บริการดังกล่าว แต่ผลสำรวจพบแนวโน้มใหม่ที่ธนาคารกลางจำนวนมากขึ้นเริ่มกระจายสถานที่เก็บรักษาทองคำ

ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา 10% ของผู้ตอบระบุว่าได้กระจายสถานที่เก็บรักษาทองคำในต่างประเทศเพิ่มขึ้น จากเพียง 2% ในปีก่อน

ขณะที่ 9% ระบุว่าเพิ่มการเก็บรักษาทองคำภายในประเทศ

สำหรับ 12 เดือนข้างหน้า 9% ของธนาคารกลางมีแผนกระจายสถานที่เก็บรักษาในต่างประเทศเพิ่มเติม และ 7% มีแผนเพิ่มการเก็บรักษาทองคำภายในประเทศ

ธนาคารกลางยังมองทองคำเป็นสินทรัพย์สำรองสำคัญในระยะยาว

ผลสำรวจ Central Bank Gold Reserves Survey 2026 ซึ่งจัดเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 5 กุมภาพันธ์ถึง 19 พฤษภาคม 2026 จากธนาคารกลาง 76 แห่งทั่วโลก สะท้อนว่าความเชื่อมั่นต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์สำรองยังคงแข็งแกร่ง

World Gold Council ระบุว่า ความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจมหภาค อัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ธนาคารกลางให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงและการบริหารทุนสำรองอย่างรอบคอบมากขึ้น

ในสภาพแวดล้อมโลกที่มีความผันผวนและคาดการณ์ได้ยากขึ้น ทองคำยังคงได้รับการยอมรับในด้านความปลอดภัย สภาพคล่อง และศักยภาพในการสร้างผลตอบแทน ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์การลงทุนหลักของธนาคารกลาง และผลสำรวจล่าสุดชี้ว่าความต้องการถือครองทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อไปในอนาคต