thansettakij
thansettakij
เฟดคุมเข้มเงินเฟ้อ ส่ง Dot Plot ชี้ขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง กดราคาทองระยะสั้น

เฟดคุมเข้มเงินเฟ้อ ส่ง Dot Plot ชี้ขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง กดราคาทองระยะสั้น

18 มิ.ย. 69 | 05:50 น.
อัปเดตล่าสุด :18 มิ.ย. 69 | 06:03 น.

เฟดคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด แต่ Dot Plot ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปี 69 สะท้อนท่าทีคุมเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่อง กดดันราคาทองคำระยะสั้น ขณะที่นักวิเคราะห์แนะจับตาแนวรับ 4,220 ดอลลาร์ หรือราว 65,800 บาท เป็นจังหวะทยอยสะสม

KEY

POINTS

  • เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50% - 3.75% แต่ส่งสัญญาณผ่าน Dot Plot ว่าจะมีการปรับขึ้นอีก 1 ครั้งในปี 2569 เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
  • สัญญาณการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟดเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ได้สร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น
  • นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยอาจทำให้ค่าเงินดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อราคาทอง

นางสาวศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 16-17 มิ.ย. 2569 มีมติเอกฉันท์ 12-0 ตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50% - 3.75% เป็นการตรึงอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 4 ของปีนี้ เป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้

ขณะที่ Dot Plot หรือการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด สะท้อนให้เห็นว่าในปี 2569 เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่เฟดจำนวน 9 คนคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปี 2569 เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น

ในส่วนปี 2570 - 2571 เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยปีละ 0.25% หรือปีละ 1 ครั้ง เปลี่ยนแปลงจากประมาณการในเดือนมี.ค. ซึ่งในปี 2569 - 2570 เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยปีละ 0.25% หรือปีละ 1 ครั้ง สำหรับในปี 2570 เฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ย

"วอร์ช" ยันไม่ส่งคาดการณ์ Dot Plot

ทั้งนี้ จากแถลงการณ์ของเฟดหลังการประชุมในครั้งนี้มีความยาวเพียง 130 คำ เมื่อเทียบกับ 341 คำในแถลงการณ์ที่เผยแพร่หลังการประชุมครั้งก่อนเมื่อวันที่ 29 เม.ย. โดยแถลงการณ์ฉบับนี้มีเพียงการสรุปสั้นๆ เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตามด้วยคำมั่นสัญญาของเฟดในการทำให้เงินเฟ้ออยู่ภายใต้การควบคุม

โดย เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานเฟดคนใหม่ แถลงว่า เฟดจะดำเนินการเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคา และได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการควบคุมเงินเฟ้อ ส่งสัญญาณคุมเข้มเรื่องดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม เควิน วอร์ช เริ่มเปลี่ยนระบอบเฟด (Regime Change) และวอร์ชยืนยันไม่ได้ส่งคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) 

นอกจากนี้ แถลงการณ์ของคณะกรรมการเฟดในการประชุมครั้งนี้สั้นลง เควิน วอร์ช เผยแถลงการณ์นั้น เพียงแค่ให้ข้อเท็จจริง เท่าที่จะสามารถประเมินได้  สิ่งที่หายไปคือ การส่งสัญญาณแนวโน้มนโยบายล่วงหน้า (forward guidance) ซึ่งเห็นพ้องกันว่าไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ด้านนโยบายในปัจจุบัน

เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานเฟดคนใหม่ แถลงว่า เฟดจะดำเนินการเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคา และได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการควบคุมเงินเฟ้อ ส่งสัญญาณคุมเข้มเรื่องดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม เควิน วอร์ช เริ่มเปลี่ยนระบอบเฟด (Regime Change) และวอร์ชยืนยันไม่ได้ส่งคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot)  นักวิเคราะห์คาดอาจกดดันราคาทองคำระยะสั้น

แนวโน้มราคาทอง

สำหรับแนวโน้มราคาทองคำนั้น ทางฝ่ายประเมินว่าในระยะสั้นยังคงย่อตัวลง  เนื่องจากเฟดส่งสัญญาณคุมเข้มดอกเบี้ย ในปี 2569 โดยเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้ง ระยะสั้นทองคำมีแนวรับที่ 4,260 และ 4,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 4,360 - 4,370 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ดังนั้น แนะนำแบ่งเงินลงทุนทยอยซื้อบางส่วนที่ 4,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยที่ราว 65,800 บาท

คงดอกเบี้ย กดดันราคาทองคำ

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดมุมมองต่อตลาดทองคำว่า แม้ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50 - 3.75% แต่ประเด็นที่นักลงทุนให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงผลการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยเท่านั้น แต่รวมถึง Dot Plot และประมาณการเศรษฐกิจชุดใหม่ ซึ่งจะสะท้อนมุมมองของเฟดต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีนี้

การประชุมครั้งนี้อาจเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางสำคัญในระยะสั้น โดยเฉพาะ Dot Plot และถ้อยแถลงของ วอร์ช ส่งสัญญาณเข้มงวดต่อเงินเฟ้อ สะท้อนความเป็นไปได้ในการคงอัตราดอกเบี้ยสูงเป็นเวลานาน รวมถึงเปิดทางสู่การขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม จะส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ

แต่หากเฟดส่งสัญญาณระมัดระวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ หรือเปิดช่องให้กลับมาพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ทองคำมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์และการปรับตัวลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield)

ระยะสั้นรีบาวด์ทางเทคนิค

สำหรับราคาทองคำนั้น ยังมองว่าระยะสั้นยังคงอยู่ในช่วงรีบาวด์ทางเทคนิค โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 4,220 - 4,170 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 64,800 - 64,300 บาท หากสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 4,370 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 67,000 บาท

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่มีสถานะซื้อควรจับตาการเคลื่อนไหวบริเวณแนวต้านดังกล่าว หากไม่สามารถผ่านได้ แนะนำทยอยแบ่งขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยง และรอประเมินทิศทางตลาดหลังทราบผลประชุมเฟดอย่างชัดเจน