thansettakij
thansettakij
แบงก์ชาติ เร่งคุม Pay later พบผ่อนชานม-ข้าวมันไก่ เด็กจบใหม่หนี้เสียพุ่ง

แบงก์ชาติ เร่งคุม Pay later พบผ่อนชานม-ข้าวมันไก่ เด็กจบใหม่หนี้เสียพุ่ง

02 มิ.ย. 69 | 10:21 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มิ.ย. 69 | 11:07 น.

วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เร่งคุม ' Buy Now Pay Later ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง' คาดชัดเจนต.ค.นี้ หลังพบข้อมูลเด็กจบใหม่หนี้เสียพุ่ง 27% ผ่อนสินค้าไม่จำเป็น 'ชานมไข่มุก-ข้าวมันไก่' ผ่อนนาน 3-4 เดือน

KEY

POINTS

  • ธปท. กังวลพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ใช้บริการ "ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง" (Pay Later) ผ่อนสินค้าไม่จำเป็นราคาต่ำ เช่น ชานมไข่มุก ข้าวมันไก่ ทำให้เกิดหนี้เร็วเกินไป
  • สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มคนเริ่มทำงานใหม่ (First Jobbers) มีสัดส่วนหนี้เสีย (NPL) พุ่งสูงถึง 27%
  • แบงก์ชาติเตรียมออกเกณฑ์กำกับดูแลผู้ให้บริการทั้งหมดภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยจะกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้กู้และคัดกรองประเภทสินค้าที่สามารถผ่อนชำระได้

พฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ เป็นหนึ่งในประเด็นที่หน่วยงานเศรษฐกิจแสดงความกังวัล โดยเฉพาะการผ่อนสินค้าแบบไม่จำเป็นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งส่งผลให้คนรุ่นใหม่เป็นหนี้เร็ว และอาจจะกระทบหนี้ครัวเรือนไทยในอนาคต

โดยนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. เตรียมเข้าไปควบคุมเกณฑ์บริการ "ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง" (Buy Now Pay Later) หรือ BNPL ที่สร้างพฤติกรรมการบริโภคเกินตัวในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยจะมีการออกประกาศเกณฑ์กำกับดูแลครอบคลุมทั้งกลุ่มที่มีใบอนุญาตและกลุ่มที่ใช้กฎหมายแพ่ง คาดมีความชัดเจนภายในตุลาคมนี้ 

เด็กจบใหม่เป็นหนี้เสีย “ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง” พุ่ง 27%

นายวิทัย กล่าวว่า คนไทยเป็นหนี้ 25.5 ล้านคน ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือ ในจำนวนดังกล่าว เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (First Jobbers) อายุระหว่าง 20-35 ปี ซึ่งมีสัดส่วนเป็นหนี้สูงถึง 52.7% และในจำนวนนี้มีหนี้เสีย (NPL) สูงถึง 27% 

ทั้งนี้ ข้อมูลจากการสำรวจผู้ประกอบการรายใหญ่ 8 แห่ง พบว่าจำนวนบัญชีผู้ใช้บริการ BNPL เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากเพียง 600,000 บัญชี และมูลค่าสินเชื่อ 6,834 ล้านบาท ในปี 2564 พุ่งขึ้นเป็นเกือบ 5 ล้านบัญชี และมูลค่าสินเชื่อกว่า 17,908 ล้านบาท ในปี 2567 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 99.9% และปริมาณการซื้อขายขยายตัวกว่า 38% ต่อปี 

พฤติกรรม "หนี้ล่องหน" ผ่อนชำระที่ไม่จำเป็น

ผู้ว่าฯ ธปท. ระบุว่า เทคโนโลยีทำให้การเข้าถึงสินเชื่อง่ายเกินไปจนน่ากลัว โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) จากการช้อปปิ้งออนไลน์มาวิเคราะห์ให้วงเงินโดยที่ผู้บริโภคอาจไม่รู้ตัว บางแพลตฟอร์มมีการตั้งค่าให้การจ่ายเงินผ่าน BNPL เป็นค่าเริ่มต้น (Default) ซึ่งหากผู้ซื้อไม่คลิกออกก็จะกลายเป็นการก่อหนี้โดยไม่ตั้งใจ

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

นอกจากนี้ ยังพบตัวอย่างการใช้ BNPL ในสินค้าที่ไม่เหมาะสม เช่น การผ่อนชำระชานมไข่มุกราคา 106 บาท หรือข้าวมันไก่ราคา 50 บาท เป็นเวลา 3-4 เดือน ซึ่งสะท้อนถึงการสร้างนิสัยการบริโภคโดยไม่มีเงินและสร้างหนี้เร็วเกินไป

เปิดมาตรการกำกับดูแล คุมเข้มทุกกลุ่ม

ปัจจุบันผู้ประกอบการ BNPL มักแยกการดำเนินงานเป็น 2 ส่วน คือกลุ่มที่ใช้ใบอนุญาต Digital Lending วงเงินไม่เกิน 20,000 บาท ดอกเบี้ยไม่เกิน 25% และกลุ่มที่ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่จำกัดวงเงิน ดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ซึ่ง ธปท. ยอมรับว่าที่ผ่านมาแทบไม่ได้เข้าไปดูในส่วนหลัง 

อย่างไรก็ตาม ภายใต้เกณฑ์ใหม่ ธปท. จะก้าวเข้าไปกำกับดูแลบริษัทที่ให้สินเชื่อเพื่อซื้อสินค้าบนออนไลน์แพลตฟอร์มทั้งหมด โดยไม่เกี่ยงระดับอัตราดอกเบี้ย โดยมีแนวทางพิจารณา ดังนี้

  • กำหนดอายุขั้นต่ำของผู้กู้ เพื่อป้องกันเด็ก และกลุ่มอายุ 20 ปี ที่ยังไม่มีรายได้ประจำ เข้าถึงสินเชื่อ 
  • คัดกรองประเภทสินค้าและกำหนดขั้นต่ำของยอดซื้อ โดยจะพิจารณาว่าสินค้าบางอย่าง เช่น ของกินราคาต่ำ อาทิ ชานมไข่มุก ข้าวมันไก่ ราคา 50-100 บาท ควรอนุญาตให้ผ่อนหรือไม่  เพื่อไม่ให้เกิดหนี้จุกจิกเกินจำเป็น 
  • ระบบ Opt-in ที่ชัดเจน ผู้ใช้ต้องเป็นคนกดตกลงขอวงเงินและเลือกใช้สินเชื่อเอง ไม่ใช่การยัดเยียดให้โดยอัตโนมัติ 

กรอบระยะเวลาดำเนินการ

กระบวนการออกกฎเกณฑ์กำกับดูแลนี้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือนต่อจากนี้ หรือประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคม เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ (Public Hearing) ถึง 2 รอบ รอบละ 30 วัน เพื่อให้เกิดความรอบคอบและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย 

"เจตนาในการเข้าไปกำกับดูแล ไม่ได้ต้องการมองว่าผู้ประกอบการเป็นคนร้าย แต่ต้องการป้องกันไม่ให้คนไทย โดยเฉพาะเยาวชน ถูกจูงใจให้เข้าสู่กระบวนการก่อหนี้เร็วเกินไปจนกระทบต่ออนาคตทางการเงินของประเทศ"