
ธปท.คุมค่าธรรมเนียมแบงก์ ฟรี Statement-โอนเงิน ลดค่าบัตร ATM เริ่ม ก.ค.69
ธปท.ประกาศมาตรฐานค่าธรรมเนียมการเงินใหม่ ฟรี Statement ย้อนหลัง 12 เดือน ฟรีโอนบาทเนต ลดค่าบัตร ATM-Debit และคุมเพดานสินเชื่อ SMEs ทยอยบังคับใช้ตั้งแต่ ก.ค.69
KEY
POINTS
- ธปท. ประกาศลดค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินครั้งใหญ่ เพื่อลดภาระประชาชนและต้นทุนของผู้ประกอบการ SMEs โดยจะเริ่มทยอยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569
- ยกเลิกค่าธรรมเนียมการขอ Statement ย้อนหลังไม่เกิน 12 เดือน และการโอนเงินผ่านระบบบาทเนต (BAHTNET) ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
- กำหนดเพดานค่าธรรมเนียมสินเชื่อสำหรับ SMEs (Front-end fee) ไม่เกิน 2.5% และยกเว้นค่าธรรมเนียมบางรายการเพื่อช่วยลดต้นทุน
- ปรับลดค่าธรรมเนียมบัตร ATM/Debit พื้นฐาน, การทำธุรกรรมข้ามเขต และการเบิกถอนเงินสดจากบัตรเครดิต
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศมาตรฐานค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินใหม่ เริ่มทยอยใช้ปี 2569 ลดภาระประชาชนและผู้ประกอบการ SMEs ทั้งฟรีขอ Statement ย้อนหลัง ฟรีโอนบาทเนต ลดค่าบัตร ATM-Debit และคุมเพดานค่าธรรมเนียมสินเชื่อ SMEs หวังเพิ่มความโปร่งใสและสะท้อนต้นทุนจริง
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้กำหนดมาตรฐานค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินใหม่ เพื่อให้การคิดค่าธรรมเนียมของสถาบันการเงินมีความชัดเจน โปร่งใส สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และเป็นธรรมต่อประชาชน รวมถึงผู้ประกอบการ SMEs โดยไม่เป็นภาระเกินความจำเป็น
ทั้งนี้ มาตรการใหม่ครอบคลุมทั้งกลุ่มบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกรรมการชำระเงิน และสินเชื่อ SMEs โดยจะทยอยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
ฟรี Statement-ลดค่าหนังสือรับรอง
สำหรับกลุ่มบัญชีเงินฝาก ธปท.กำหนดให้ค่าขอ Statement ย้อนหลังไม่เกิน 12 เดือน ปรับลดเหลือ “ฟรี” จากเดิมบางธนาคารเรียกเก็บสูงถึง 1,000 บาท ขณะที่ค่าหนังสือรับรองฐานะทางการเงินสำหรับบุคคลธรรมดาและ SMEs จะเรียกเก็บได้ไม่เกิน 100 บาทต่อชุด จากเดิมสูงสุดถึง 1,000 บาท
ส่วนค่ารักษาบัญชีเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหว จะเก็บได้ไม่เกิน 20 บาทต่อเดือน และเฉพาะบัญชีที่มียอดเงินต่ำกว่า 2,000 บาท และไม่มีความเคลื่อนไหวเกิน 12 เดือนเท่านั้น
คุมค่าบัตร ATM-ลดค่ากดเงินสดบัตรเครดิต
ในกลุ่มบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ธปท.กำหนดให้บัตร ATM พื้นฐาน มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีรวมกันไม่เกิน 150 บาทต่อปี ส่วนบัตร Debit พื้นฐาน ไม่เกิน 200 บาทต่อปี
นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดจากบัตรเครดิต จะปรับลดเหลือไม่เกิน 2.5% ของยอดเบิกถอน จากเดิมที่ส่วนใหญ่เรียกเก็บในอัตรา 3%
ฟรีโอนบาทเนต-ลดค่าธุรกรรมข้ามเขต
สำหรับธุรกรรมการชำระเงิน ธปท.กำหนดให้การโอนเงินผ่านระบบบาทเนต (BAHTNET) ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ “ฟรี” ส่วนการทำรายการผ่านสาขาสำหรับบุคคลธรรมดาและ SMEs จะเก็บได้ไม่เกิน 100 บาทต่อรายการ
ขณะที่การฝาก ถอน และโอนเงินข้ามเขตผ่าน ATM/CDM/CRM จะลดค่าธรรมเนียมลงเหลือไม่เกิน 0.05% และหากทำผ่านสาขาจะเก็บได้ไม่เกิน 20 บาทต่อรายการ จากเดิมบางกรณีสูงถึง 150 บาท
นอกจากนี้ ยังยกเลิกค่าธรรมเนียมการฝากเช็คและการรับชำระค่าสินค้าและบริการ รวมถึงปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนเงิน Bulk Payment ภายในวัน เหลือไม่เกิน 20 บาทต่อรายการ จากเดิมสูงสุดถึง 1,000 บาท
SMEs ได้อานิสงส์ ลดต้นทุนสินเชื่อ
ในส่วนของสินเชื่อ SMEs ธปท.กำหนดเพดานค่าธรรมเนียมจัดการสินเชื่อ (Front-end fee) ไม่เกิน 2.5% ของวงเงิน และกรณีวงเงินต่ำกว่า 15 ล้านบาท จะเรียกเก็บได้ไม่เกิน 250,000 บาท
พร้อมกันนี้ ยังยกเว้นค่าธรรมเนียมการต่ออายุวงเงิน Revolving Loan และค่าธรรมเนียมยกเลิกวงเงิน ขณะที่ค่าธรรมเนียมชำระคืนก่อนกำหนด (Prepayment fee) สำหรับสินเชื่อ Term Loan จะเรียกเก็บได้ไม่เกิน 3% และเฉพาะกรณีที่ลูกหนี้ชำระเงินต้นยังไม่ถึง 50% หรือระยะเวลาสัญญายังไม่ถึงครึ่งหนึ่งเท่านั้น
นายวิทัย กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่อง และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเงินให้กับผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินในต้นทุนที่เหมาะสมมากขึ้น
เริ่มทยอยใช้ 1 ก.ค.-1 ต.ค. 69
ทั้งนี้ มาตรการปรับลดค่าธรรมเนียมจะทยอยมีผลบังคับใช้ 3 ระยะ ได้แก่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2569, 1 กันยายน 2569 และ 1 ตุลาคม 2569 ตามประเภทของค่าธรรมเนียม เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถปรับระบบและดำเนินการได้อย่างเหมาะสม







