thansettakij
thansettakij
สบน.ออก 'ออมพลัส' มิ.ย.นี้ ขายบอนด์รายเดือนผ่าน Bond Connect

สบน.ออก 'ออมพลัส' มิ.ย.นี้ ขายบอนด์รายเดือนผ่าน Bond Connect

สบน. เตรียมเปิดตัวพันธบัตรออมทรัพย์รายเดือน 'ออพลัส' ประเดิม มิ.ย. นี้ วงเงิน 1-2 พันล้านบาท จองซื้อผ่านแอปใหม่ “Bond Connect” เจาะกลุ่มรายย่อยเขาถึงการลงทุน

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สบน. อยู่ระหว่างเตรียมการเพื่อออกพันธบัตรออมทรัพย์ในรูปแบบรายเดือน หรือ “ออมพลัส”​ตามนโยบายของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนและเปิดจำหน่ายได้ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้ โดยจะมีการแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 5 มิถุนายน 2569

สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการระดมทุนในส่วนนี้ ไม่ได้ใช้ภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน แต่จะเป็นการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณตามแผนการกู้เงินปกติของปีงบประมาณ 2569

กางแผนออก “ออมพลัส” เดือนละ 1,000-2,000 ล้าน

สำหรับวงเงินในการออกพันธบัตรออมทรัพย์รายเดือนนั้น สบน. ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ประมาณ 1,000 - 2,000 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ระหว่างการพิจารณาให้เหมาะสมกับภาวะตลาดในขณะนั้น

“การออกพันธบัตรออมทรัพย์เป็นรายเดือนจะช่วยให้รัฐบาลสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดได้คล่องตัวขึ้น และสอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการออมเงินอย่างต่อเนื่อง”

จองซื้อผ่าน “Bond Connect” หนุนรายย่อยออม

สำหรับการออกพันธบัตรในรอบนี้ คือ การเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีการจองซื้อ โดย สบน. ได้ร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ภายใต้ชื่อ “Bond Connect” ซึ่งจะเป็นแพลตฟอร์มกลางที่ผู้ลงทุนสามารถใช้บริการได้ในแอปเดียว 

สำหรับ Bond Connect เป็นแอปพลิเคชันใหม่ ที่สบน. พัฒนาร่วมกันกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จุดเด่นคือ สามารถใช้ลงทุนได้ทั้งหุ้นและตราสารหนี้ (บอนด์)

สบน. ยืนยันว่าวัตถุประสงค์หลักของการออกพันธบัตรรายเดือนคือเพื่อสนับสนุนการออมของนักลงทุนรายย่อย โดยมีการหารือถึงการกำหนดวงเงินจองซื้อขั้นต่ำเพื่อให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย เช่น 500-1,000 บาท ซึ่งตัวเลขที่แน่นอนจะมีการสรุปอีกครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการออมของประชาชนในปัจจุบัน

“ในระยะแรกจะเน้นการออกออมพลัส ผ่าน Bond Connect เป็นหลัก ส่วนแอปพลิเคชันเป๋าตังที่เคยใช้เดิมนั้น กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง ทั้งนี้ ยืนยันว่า เราจะเน้นไปที่นักลงทุนรายย่อยเป็นหลัก เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงการออมของรัฐบาลได้ง่ายขึ้น”