
‘ไทยช่วยไทยพลัส’ พรุ่งนี้ใช้จ่ายวันแรก รัฐช่วยออก 60% ไม่เกิน 200 บาท/วัน
คลังเผย ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ พร้อมเปิดให้ประชาชนรับสิทธิ์ 26 ล้านคน ใช้จ่ายวันแรก 1 มิ.ย.นี้ แนะเติมเงินเข้า G-Wallet ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
KEY
POINTS
- โครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เริ่มใช้จ่าย 1 มิ.ย. 69 โดยรัฐช่วยออกค่าใช้จ่าย 60% แต่สูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน
- สามารถใช้สิทธิได้ถึงวันที่ 30 ก.ย. 69 ผ่านแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ โดยจำกัดวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน และไม่สามารถทบยอดไปเดือนถัดไปได้
- ครอบคลุมการใช้จ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าและบริการที่ร่วมโครงการ และจะสามารถใช้กับ Food Delivery Platform ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. เป็นต้นไป
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” จะเปิดให้ประชาชนเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ในสัดส่วน 60% ของมูลค่าการใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน
ทั้งนี้ สิทธิการสนับสนุนที่เหลือในแต่ละเดือนจะไม่สามารถนำไปใช้ทบในเดือนถัดไปได้ โดยประชาชนสามารถใช้จ่ายได้ทุกวันในช่วงเวลา 06.00-23.00 น.
เติมเงินเข้า G-Wallet ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นายวินิจกล่าวว่า ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้เตรียมความพร้อมของระบบรองรับการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยประชาชนสามารถเติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้าเพื่อเตรียมใช้จ่าย หรือทยอยเติมเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ซื้อผ่าน Food Delivery Platform ได้ 15 มิ.ย.นี้
นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ประชาชนยังสามารถใช้สิทธิซื้ออาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการได้ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในช่วงเวลา 06.00-21.00 น.
ร้านค้าร่วม ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ 7.2 แสนราย
สำหรับความคืบหน้าการลงทะเบียนร้านค้าเข้าร่วมโครงการ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. พบว่ามีร้านค้าลงทะเบียนสำเร็จแล้วจำนวน 721,644 ราย แบ่งเป็นร้านค้ารายเดิม 659,913 ราย และร้านค้ารายใหม่ 61,731 ราย
ขณะที่ยังมีร้านค้าอยู่ระหว่างขั้นตอนการสมัครและยืนยันสิทธิอีก 329,454 ราย โดยส่วนใหญ่จำนวน 325,844 ราย อยู่ระหว่างรอผู้ประกอบการกดยอมรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการ และอีก 3,610 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล
โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก โดยมีผู้ได้รับสิทธิแล้วมากกว่า 26 ล้านสิทธิ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ เพิ่มรายได้ให้แก่ร้านค้ารายย่อย ผู้ประกอบการท้องถิ่น และช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัว
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังยังเชิญชวนผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” สามารถยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ส่วนร้านค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการดังกล่าว สามารถลงทะเบียนใหม่ได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
สำหรับร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว ขอให้ตรวจสอบและกดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อให้การลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์ และสามารถรองรับการใช้จ่ายของประชาชนได้ทันที
“โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภคภายในประเทศ โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยในทุกภูมิภาคตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ”







