thansettakij
thansettakij
สบน.เคาะแผนจัดหาเงินกู้ 5 รัฐวิสาหกิจ พุ่ง 4.39 หมื่นล้านบาท

สบน.เคาะแผนจัดหาเงินกู้ 5 รัฐวิสาหกิจ พุ่ง 4.39 หมื่นล้านบาท

24 มี.ค. 69 | 05:59 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มี.ค. 69 | 06:02 น.

สบน.เคาะแผนจัดหาเงินกู้ 5 รัฐวิสาหกิจ ไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2569 พุ่ง 4.39 หมื่นล้านบาท เน้นรีไฟแนนซ์หนี้เดิม 55%

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)  รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาการกู้เงินและบริหารหนี้รัฐวิสาหกิจ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีหน่วยงานเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ 

ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และรัฐวิสาหกิจที่มีแผนกู้เงิน เข้าร่วม ณ กระทรวงการคลัง

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบ แผนการจัดหาเงินกู้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจ ไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2569 วงเงินรวม 43,976 ล้านบาท ครอบคลุม 5 รัฐวิสาหกิจ ได้แก่ 

  • การรถไฟแห่งประเทศไทย
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
  • องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
  • การไฟฟ้านครหลวง
  • องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย

สำหรับโครงสร้างการกู้เงินในไตรมาสดังกล่าว ให้น้ำหนักกับการปรับโครงสร้างหนี้ (Refinance) สูงถึง 55% ของวงเงินทั้งหมด สะท้อนภาระหนี้เดิมของรัฐวิสาหกิจที่ยังเป็นประเด็นสำคัญ ขณะที่การกู้เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนคิดเป็น 31% และเพื่อการลงทุนใหม่อยู่ที่ 14% เท่านั้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบ แผนการกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อแก่รัฐวิสาหกิจ ในไตรมาสเดียวกัน วงเงิน 1,480 ล้านบาท สำหรับการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนสภาพคล่องและภารกิจด้านโครงสร้างพื้นฐาน

ในด้านผลการดำเนินงานที่ผ่านมา สบน.รายงานว่า การจัดหาเงินกู้ในไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2569 สามารถดำเนินการได้ครบตามความต้องการของรัฐวิสาหกิจ และมีการเบิกจ่ายเงินกู้แล้วคิดเป็น 77% ของวงเงินที่จัดหาในช่วงไตรมาส 1–2สะท้อนการเร่งใช้จ่ายเพื่อขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ

ขณะเดียวกัน การกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อแก่รัฐวิสาหกิจ ณ สิ้นไตรมาส 2 สามารถดำเนินการได้ 61% ของกรอบวงเงินภายใต้แผนบริหารหนี้สาธารณะ ปีงบประมาณ 2569 (ปรับปรุงครั้งที่ 1)

ทั้งนี้ ได้ประเมิรแนวโน้มภาวะตลาดการเงิน ว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะสั้นยังทรงตัวในระดับต่ำแต่อัตราผลตอบแทนระยะยาวมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการกู้เงินในระยะต่อไป ขณะที่ สภาพคล่องในระบบธนาคารพาณิชย์ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แต่ยังไม่อยู่ในระดับที่น่ากังวล