
เฟดคงดอกเบี้ย หวั่นไฟสงครามลามเศรษฐกิจ ส่งสัญญาณลดเพียง 1 ครั้งปีนี้
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ตามที่คาดการณ์ ขณะที่แผนภาพจุด (dot plot) ที่อัปเดตใหม่ยังคงการคาดการณ์ว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยหนึ่งครั้งในปีนี้ จับตาความไม่แน่นอนโดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งและสงครามในตะวันออกกลาง
KEY
POINTS
- คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติ 11-1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ เช่น การจ้างงานที่ชะลอตัวและเงินเฟ้อที่ยังสูง
- เฟดแสดงความกังวลต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในวงกว้าง
- จากการคาดการณ์ (Dot Plot) เฟดส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปี 2569 และอีก 1 ครั้งในปี 2570
วันที่ 19 มีนาคม 2569 คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติ 11-1 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันนี้ (18 มี.ค.) ตามการคาดการณ์ของตลาด
แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังขยายตัวได้ดีในภาพรวม แต่ปัจจัยหลายอย่างทำให้เฟดยังไม่พร้อมก้าวต่อ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงานที่ชะลอตัวลง อัตราว่างงานที่นิ่งแทบไม่ขยับมาหลายเดือน และเงินเฟ้อที่ยังค้างอยู่ในระดับสูงเกินเป้า รวมกันแล้วทำให้คณะกรรมการยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะเร่งลดดอกเบี้ยในตอนนี้
น่าสนใจว่าผลโหวตรอบนี้ไม่ได้ออกมาเป็นเอกฉันท์เหมือนที่ผ่านมา กรรมการ 11 คนที่นำโดยเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคาการกลางสหรัฐ ลงมติให้คงดอกเบี้ย ขณะที่สตีเฟน ไอ. มิแรน กรรมการเพียงคนเดียว เห็นต่างด้วยการเสนอให้ลดดอกเบี้ยลง 0.25% ทันที เสียงแตกที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนว่าภายในเฟดเริ่มมีมุมมองที่ไม่ลงรอยกันในเรื่องจังหวะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการผ่อนคลายนโยบายการเงิน
ส่วนประมาณการณ์เศรษฐกิจที่เผยแพร่ควบคู่กันมา เฟดคาดว่าปี 2026 เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเติบโตราว 2.4% อัตราว่างงานจะอยู่ที่ 4.4% ส่วนเงินเฟ้อทั้ง PCE และ Core PCE คาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 2.7% ตลอดปีนี้
ในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้ง ๆ ละ 0.25% ในปี 2569 และลดอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ๆ ละ 0.25% ในปี 2570 ก่อนที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดแตะเป้าหมายระยะยาวที่ระดับ 3.1% โดยการส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปี 2569 และ 2570 ไม่แตกต่างจากการส่งสัญญาณในการประชุมเดือน ธ.ค.2568
ความไม่แน่นอนที่เฟดกังวลมากที่สุดขณะนี้คือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งยังประเมินได้ยากว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในวงกว้างแค่ไหน เฟดจึงย้ำจุดยืนว่าจะติดตามตัวเลขเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดต่อไป และพร้อมปรับนโยบายทันทีหากสถานการณ์เปลี่ยน
โดยเป้าหมายหลักยังคงเดิม คือดูแลให้ตลาดแรงงานแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันก็กดเงินเฟ้อให้กลับมาอยู่ที่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน






