
“ศุภชัย เจียรวนนท์” ระบุ “สุภาพร พิมพ์พงษ์” โผล่ถือหุ้น “ทรู” 7% ข่าวเพี้ยน
ชื่อ "สุภาพร พิมพงษ์" โผล่ถือหุ้น TRUE พุ่ง 7% "ศุภชัย เจียรวนนท์" บอกแค่ "ข่าวเพี้ยน" ขณะ TRUE แจงข้อมูลคลาดเคลื่อน เจอปมยื่นแบบซ้ำอีก 6 บริษัทตั้งแต่ปี 61 ก.ล.ต.เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบเชิงลึก
KEY
POINTS
- นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ TRUE ปฏิเสธข่าว "สุภาพร พิมพงษ์" เข้าถือหุ้นบริษัทกว่า 7% โดยระบุว่าเป็น "ข่าวเพี้ยน"
- TRUE ชี้แจงว่าข้อมูลในแบบรายงาน 246-2 อาจคลาดเคลื่อน เนื่องจากมีการระบุถึงการได้มาซึ่งหุ้นบุริมสิทธิที่บริษัทไม่เคยเสนอขายให้บุคคลทั่วไปและไม่มีแล้วในปัจจุบัน
- พบประวัติว่า "สุภาพร พิมพงษ์" เคยยื่นแบบรายงานลักษณะเดียวกันนี้กับบริษัทจดทะเบียนอื่น ๆ มาแล้วอย่างน้อย 6 แห่งตั้งแต่ปี 2561
- ก.ล.ต. กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความถูกต้องของข้อมูลในแบบรายงานดังกล่าวในเชิงลึก
กลายเป็นประเด็นร้อนในตลาดหุ้นทันทีที่สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยแบบรายงาน 246-2 ซึ่งปรากฏชื่อบุคคลรายหนึ่งเข้าถือหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ในสัดส่วนที่สูงถึงกว่า 7% สร้างความสงสัยไปทั่ววงการ ขณะที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ TRUE เลือกที่จะไม่ให้ความเห็นเชิงลึก พร้อมระบุสั้นๆ ว่าเป็น "ข่าวเพี้ยน" ท่ามกลางการตรวจพบว่าชื่อดังกล่าวเคยมีประวัติยื่นรายงานลักษณะนี้ซ้ำกับหลายบริษัทมาก่อน
นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกรณีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ที่ปรากฏชื่อ "สุภาพร พิมพงษ์" เข้าถือหุ้น TRUE กว่า 7% โดยระบุสั้นๆ เพียงว่า "ข่าวเพี้ยน"
พบยื่นแบบ 246-2 ซ้ำ 6 บริษัทตั้งแต่ปี 2561
จากการตรวจสอบข้อมูลการเปิดเผยแบบรายงาน 246-2 ย้อนหลัง พบว่า นางสุภาพร พิมพงษ์ เคยยื่นแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียนอย่างน้อย 6 บริษัท นับตั้งแต่ปี 2561 ได้แก่ TRUE, KBANK, AAV, BBL, GLS และ MAJOR ซึ่งหลายกรณีในเวลาต่อมามีข้อสงสัยหรือข้อโต้แย้งเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลที่ยื่น
TRUE แจงข้อมูลแบบ 246-2 คลาดเคลื่อน
ก่อนหน้านี้ นางสาวณภัทร ธัญญกุลสัจจา เลขานุการบริษัท TRUE รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ชี้แจงกรณีมีข่าวปรากฏในสื่อว่า มีบุคคลยื่นแบบ 246-2 ต่อ ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ระบุการได้มาซึ่งหุ้นสามัญของ TRUE ประมาณ 3.1786% และหุ้นบุริมสิทธิประมาณ 0.0388% รวมประมาณ 3.2174% ของหุ้นทั้งหมด ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นหลังการได้มาของบุคคลดังกล่าวเพิ่มเป็นประมาณ 7.0992%
บริษัทฯ ชี้แจงว่า ตามหมายเหตุบนเว็บไซต์แบบ 246-2 ของ ก.ล.ต. ระบุว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ยังไม่ครบถ้วนและ/หรืออยู่ระหว่างการสอบทาน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าข้อมูลอาจไม่ถูกต้อง เนื่องจากบริษัทฯ ไม่เคยเสนอขายหุ้นบุริมสิทธิให้แก่บุคคลทั่วไป และปัจจุบันไม่มีหลักทรัพย์ประเภทหุ้นบุริมสิทธิแล้ว โดยได้แจ้งข้อเท็จจริงนี้ต่อ ก.ล.ต. ในวันเดียวกัน และทราบว่า ก.ล.ต. จะติดต่อสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้ยื่นแบบดังกล่าวต่อไป บริษัทฯ ระบุว่าจะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมหากมีพัฒนาการสำคัญตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ก.ล.ต.แจงกระบวนการยื่นแบบ 246-2 อยู่ระหว่างตรวจสอบเชิงลึก
ขณะที่นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ตามมาตรา 246 กำหนดให้ผู้ถือครองหลักทรัพย์ที่มีสัดส่วนการถือครองแตะหรือข้ามทุกระดับ 5% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด ต้องรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ได้มาหรือจำหน่าย เพื่อเปิดเผยข้อมูลการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมให้ผู้ลงทุนทราบอย่างทันท่วงที ซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์สากล
การรายงานต้องดำเนินการผ่านระบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (246-2) โดยผู้รายงานต้องลงทะเบียนและระบบจะตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองในเบื้องต้น สำหรับกรณีนี้ ก.ล.ต. ตรวจสอบพบว่าผู้รายงานได้ลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลตามขั้นตอนแล้ว และได้รายงานผ่านระบบเรียบร้อย ส่วนความถูกต้องของข้อมูลการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ อยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึก
ขณะนี้สถานการณ์ยังต้องรอผลการตรวจสอบเชิงลึกจาก ก.ล.ต. เกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลในแบบรายงานดังกล่าวต่อไป







