
วีซ่า ชี้ใช้จ่ายข้ามแดนในไทยโต 14% รุกสร้างฮับท่องเที่ยวคุณภาพ
วีซ่าเผยการใช้จ่ายข้ามพรมแดนในไทยไตรมาส 2/69 โต 14% พร้อมเปิดตัว Visa Destinations ประเทศไทย เป็นแห่งแรกในเอเชียแปซิฟิก ชูจุดแข็งดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงและเพิ่มการกลับมาเยือนซ้ำ
KEY
POINTS
- วีซ่าเผยข้อมูลการใช้จ่ายข้ามพรมแดนในประเทศไทยเติบโตขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว
- เปิดตัวโครงการ “Visa Destinations” ในไทยเป็นประเทศแรกของเอเชียแปซิฟิก เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวคุณภาพ
- ข้อมูลชี้ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มที่กลับมาเยือนซ้ำมีสัดส่วนการใช้จ่ายสูง และมีแนวโน้มแสวงหาประสบการณ์ท้องถิ่นมากขึ้น
- วีซ่าตั้งเป้าขยายการรับชำระเงินดิจิทัลไปยังผู้ประกอบการรายย่อยกว่า 56,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกและกระจายรายได้สู่ชุมชน
วีซ่า (Visa) เดินหน้ายกระดับบทบาทประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวสำคัญของโลก ผ่านการเปิดตัวโครงการ Visa Destinations ประเทศไทย ซึ่งถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมชูข้อมูลเชิงลึกด้านการท่องเที่ยวที่สะท้อนพฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับประสบการณ์ คุณภาพการใช้จ่าย และการกลับมาเยือนซ้ำมากกว่าการเดินทางแบบเร่งรีบในอดีต
ภายในงาน Visa Client Connect 2026 ที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ วีซ่าได้รวบรวมผู้นำจากภาคการเงิน การท่องเที่ยว เทคโนโลยี ธนาคาร และภาครัฐ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และแนวทางการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมการชำระเงิน และความร่วมมือในระบบนิเวศ เพื่อยกระดับประสบการณ์นักเดินทางและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
ท่องเที่ยวไทยยังโตต่อ ใช้จ่ายข้ามแดนพุ่ง 14%
วีซ่าเปิดเผยข้อมูลจากรายงาน Thailand Travel Pulse 2026 ระบุว่า การใช้จ่ายข้ามพรมแดนในประเทศไทยเติบโต 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวไทยและความเชื่อมั่นของนักเดินทางจากทั่วโลก
ข้อมูลยังชี้ว่า แม้นักท่องเที่ยวที่กลับมาเยือนซ้ำจะมีสัดส่วนเพียง 20% ของผู้ถือบัตรทั้งหมด แต่กลับสร้างการใช้จ่ายขาเข้าสูงถึง 34% ของมูลค่ารวมทั้งหมด ทำให้กลุ่มนี้กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของรายได้ท่องเที่ยวไทย
สำหรับตลาดนักท่องเที่ยว 3 อันดับหลักที่เดินทางเข้าไทยมากที่สุด ได้แก่
- สหรัฐอเมริกา
- สหราชอาณาจักร
- เยอรมนี
พฤติกรรมเปลี่ยน นักท่องเที่ยวมองหา "ประสบการณ์ท้องถิ่น"
รายงานยังสะท้อนแนวโน้มการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป โดยแม้ว่าหมวดใช้จ่ายหลักยังคงเป็นที่พักและการจับจ่ายสินค้า แต่หมวดที่เติบโตโดดเด่นกลับเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตคนท้องถิ่นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารบริการด่วน ร้านขายอาหารและของชำ รวมถึงประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่านักท่องเที่ยวในปัจจุบันต้องการเข้าถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิต และประสบการณ์ท้องถิ่นอย่างลึกซึ้งมากขึ้น แทนการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมที่เน้นเฉพาะสถานที่สำคัญหรือแหล่งช็อปปิ้ง
เปิดตัว Visa Destinations หนุนไทยสู่ฮับท่องเที่ยวภูมิภาค
นายแอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการประจำประเทศ วีซ่า ประเทศไทย กล่าวว่า ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ท่ามกลางความคาดหวังของนักเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
วีซ่าจึงเปิดตัวโครงการ Visa Destinations เพื่อสนับสนุนการเติบโตระยะยาวของภาคการท่องเที่ยวไทย โดยใช้จุดแข็งด้านข้อมูลจากเครือข่าย VisaNet นวัตกรรมการชำระเงิน และความร่วมมือกับพันธมิตรในภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนทุกช่วงของการเดินทาง ตั้งแต่การวางแผน การจอง การเดินทาง ไปจนถึงการใช้จ่ายภายในประเทศ
เป้าหมายสำคัญของโครงการคือการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวพำนักนานขึ้น เพิ่มอัตราการกลับมาเยือนซ้ำ และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท้องถิ่นมากขึ้น
ขยายร้านค้ารับดิจิทัลเพย์เมนต์ 56,000 แห่งทั่วประเทศ
ภายใต้โครงการดังกล่าว วีซ่าได้เริ่มดำเนินงานนำร่องในย่านทรงวาดของกรุงเทพฯ โดยขยายเครือข่ายร้านค้าที่รองรับการชำระเงินดิจิทัลแล้วมากกว่า 50 ราย เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการค้นหาประสบการณ์ท้องถิ่นในย่านวัฒนธรรมแห่งใหม่ของเมือง
นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าขยายการรับชำระเงินดิจิทัลไปยังธุรกิจขนาดเล็กทั่วประเทศอีกกว่า 56,000 แห่ง ครอบคลุมธุรกิจร้านอาหาร ค้าปลีก โรงแรม ที่พัก การขนส่ง สถานที่ท่องเที่ยว เวลเนส และผู้ให้บริการประสบการณ์ท้องถิ่น
วีซ่ามองว่าการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินดิจิทัลควบคู่กับการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับชุมชน จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยรักษาความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจในระยะยาว
ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นของประเทศต่าง ๆ ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ข้อมูลของวีซ่าสะท้อนชัดว่า "คุณภาพของนักเดินทาง" และ "การกลับมาเยือนซ้ำ" กำลังกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความสำเร็จด้านการท่องเที่ยว มากกว่าการแข่งขันด้านจำนวนผู้มาเยือนเพียงอย่างเดียวเช่นในอดีต







