thansettakij
thansettakij
เฟดจ่อถกเครียดขึ้นดอกเบี้ย ตลาดมองโอกาสปรับนโยบายเดือนธันวาคม

เฟดจ่อถกเครียดขึ้นดอกเบี้ย ตลาดมองโอกาสปรับนโยบายเดือนธันวาคม

16 ก.ย. 59 | 02:30 น.
เจ้าหน้าที่ทางการเฟดคาดหมายว่าจะมีการถกกันอย่างเข้มข้นในการประชุมสัปดาห์หน้าเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่นักวิเคราะห์มองโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนไม่มากนัก

ในช่วงเวลา 1 สัปดาห์ก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ในวันที่ 20-21 กันยายนนี้ นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด จะต้องทำงานหนักในการประชุมรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมการนโยบายของเฟดทั้ง 16 คน ซึ่งมีความเห็นในทิศทางที่แตกต่างกันอย่างมากต่อประเด็นเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ย

เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัลระบุว่า ด้วยอัตราการว่างงานลดต่ำลงมาอยู่ในระดับ 4.9% เจ้าหน้าที่ทางการเฟดบางรายเชื่อว่าตลาดแรงงานฟื้นกลับคืนจากช่วงเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2551-2552 แล้ว และไม่มีความจำเป็นที่จะรักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับเหนือกว่า 0% เพียงเล็กน้อยอีกต่อไป โดยเจ้าหน้าที่เฟดกลุ่มนี้เชื่อว่าความเสี่ยงจากต่างประเทศมีลดน้อยลงไปในช่วงที่ผ่านมา เป็นปัจจัยสนับสนุนการปรับดอกเบี้ยในเวลานี้

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทางการเฟดอีกกลุ่มหนึ่งยังคงต้องการที่จะรอต่อไป โดยกลุ่มนี้คาดหมายว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นภายในปีนี้ แต่ยังไม่ใช่ในเวลานี้ โดยให้เหตุผลว่าอัตราการว่างงานในปีนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ทำให้ศักยภาพในตลาดแรงงานยังเพิ่มขึ้นได้ในอัตราที่ไม่รวดเร็ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรีบเร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจขยายตัวเร็วเกินไป ขณะที่เศรษฐกิจโดยรวมเติบโตไม่รวดเร็วเท่าที่คาดหมาย

"ผมคิดว่าสถานการณ์จะทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างเข้มข้นในสัปดาห์หน้า" นายเดนนิส ล็อกฮาร์ต ประธานเฟดประจำเมืองแอตแลนตา กล่าว

เฟดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.25-0.5% มาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีก่อน โดยเฟดเริ่มต้นปีด้วยความคิดที่ว่าจะทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งละ 0.25% เป็นจำนวน 4 ครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้เฟดยังไม่มีการขยับขึ้นดอกเบี้ย ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจหลากหลายประการ ซึ่งรวมถึงความผันผวนของตลาดการเงินทั่วโลกเมื่อช่วงต้นปี ตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอกว่าความคาดหมาย และความกังวลต่อการทำประชามติของสหราชอาณาจักรในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

นักเศรษฐศาสตร์จากโกลด์แมน แซคส์ ในสัปดาห์นี้ปรับลดคาดการณ์ความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนกันยายนลงจาก 40% เหลือ 25% ขณะเดียวกันได้ปรับขึ้นความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมขึ้นจาก 30% เป็น 40% ด้านตลาดซื้อขายสินทรัพย์ล่วงหน้ามองโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนเพียง 15% และเดือนธันวาคม 57%

ทั้งนี้ เฟดมีกำหนดการประชุมครั้งต่อไปหลังจากเดือนกันยายนในวันที่ 1-2 พฤศจิกายน และวันที่ 13-14 ธันวาคม อย่างไรก็ตาม คาดว่าคงจะไม่มีการตัดสินใจด้านนโยบายใดๆ ในการประชุมเดือนพฤศจิกายนซึ่งจะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพียงสัปดาห์เดียว

ขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์มองแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลังจากนี้ไม่สดใสเท่าเดิม โดยผลสำรวจความเห็นโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ธุรกิจแห่งชาติของสหรัฐฯ (NABE) พบว่า นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ที่ 1.5% ลดลงจาก 1.8% ที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนมิถุนายน ขณะที่แนวโน้มคาดการณ์การเติบโตในปี 2560 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 2.3%

นอกจากนี้นักเศรษฐศาสตร์ยังคาดการณ์อัตราการจ้างงานชะลอตัวลง โดยลดคาดการณ์ตัวเลขจ้างงานจาก 201,000 ตำแหน่งต่อเดือนที่คาดไว้เมื่อเดือนมิถุนายนเหลือ 185,000 ตำแหน่งต่อเดือนในปีนี้ ก่อนจะลดลงเหลือ 168,000 ตำแหน่งในปีหน้า ด้วยอัตราการว่างงานลดลงเหลือ 4.6% ภายในสิ้นปี 2560

ทั้งนี้ เหตุผลหลักที่นักเศรษฐศาสตร์นำมาอ้างในการปรับลดคาดการณ์การเติบโตลง คือการลงทุนของภาคธุรกิจที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เงินลงทุนที่ลดลงในช่วงนี้อาจมีสาเหตุมาจากความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะเกิดขึ้น โดยครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามแสดงความกังวลว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นปัจจัยลบเล็กน้อยต่อเศรษฐกิจในปีนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,192 วันที่ 15 - 17 กันยายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market