
ยอดใช้น้ำมัน 7 เดือนพุ่งต่อเนื่อง สวนทาง LPG/เอ็นจีวีลงแรง
กรมธุรกิจพลังงานเผยยอดใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินยังพุ่ง ตัวเลข 7 เดือนแรกปีนี้โตเฉียด 11% เหตุราคาขายปลีกน้ำมันดิ่ง ขณะที่ยอดใช้แอลพีจี-เอ็นจีวีภาคขนส่งยังลดลงต่อเนื่อง ล่าสุดแอลพีจีลดลง 16.32% เหตุผู้บริโภคหันใช้น้ำมันแทน ส่วนการตัดสินใจยกเลิกไบโอดีเซลบี3 ยังต้องรอสต๊อกซีพีโอจากกระทรวงพาณิชย์กลางเดือนกันยายนนี้
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน(ธพ.) เปิดเผยว่า ยอดใช้น้ำมันในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้(มกราคม-กรกฎาคม) พบว่าความต้องการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยปริมาณการใช้น้ำมันของกลุ่มน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 28.66 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 10.76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 25.88 ล้านลิตรต่อวัน เป็นการเพิ่มขึ้นของน้ำมันกลุ่มเบนซินเกือบทุกชนิด ยกเว้นน้ำมันเบนซินและน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี85 เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง
โดยตัวเลขการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 เพิ่มขึ้น 2.28 % อยู่ที่ 11.22 ล้านลิตรต่อวัน จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 10.96 ล้านลิตรต่อวัน ,แก๊สโซฮอล์ 95 เพิ่มขึ้น 22.24 % มาอยู่ที่ 10.53 ล้านลิตรต่อวัน จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 8.62 ล้านลิตรต่อวัน ,แก๊สโซฮฮล์ อี 20 มีการใช้เพิ่มขึ้น 17.47 % มาอยู่ที่ 4.73 ล้านลิตรต่อวัน จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 4.03 ล้านลิตรต่อวัน และแก๊สโซฮอล์ อี85 ปรับตัวลดลง 4.14 % มาอยู่ที่ 8.5 แสนลิตรต่อวัน จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 8.8 แสนลิตรต่อวัน ขณะที่น้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลง 3.60 % มาอยู่ที่ 1.33 ล้านลิตรต่อวัน จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 1.38 ล้านลิตรต่อวัน
สำหรับตัวเลขยอดใช้น้ำมันดีเซล พบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้เติบโตขึ้น 4.26% มาอยู่ที่ 61.76 ล้านลิตรต่อวัน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมียอดใช้อยู่ที่ 59.25 ล้านลิตรต่อวัน เนื่องจากรถยนต์ดีเซลมีจำนวนเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาขายปลีกน้ำมันที่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
"ยอดใช้น้ำมันปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ซึ่งปีนี้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำทำให้ผู้บริโภคใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและหันมาใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น"
นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า ส่วนยอดการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว(แอลพีจี) ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ พบว่าปรับตัวลดลง 12.34% มาอยู่ที่ 16.16 ล้านกิโลกรัมต่อวัน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 18.43 ล้านลิตรต่อวัน เนื่องจากความต้องการใช้แอลพีจีในภาคขนส่งและภาคปิโตรเคมีลดลง จากการเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงชนิดอื่นแทน นอกจากนี้การผลิตแอลพีจี ในประเทศมีปริมาณที่เพียงพอ จึงไม่มีความจำเป็นต้องนำเข้าในปริมาณที่สูงเหมือนปีก่อน
โดยตัวเลขปริมาณการนำเข้าแอลพีจีในช่วง7เดือนแรกอยู่ที่เพียง 40 ล้านกิโลกรัมต่อเดือน หรือลดลง 62.62% เทียบจากปีก่อนนำเข้าที่ 108 ล้านกิโลกรัมต่อเดือน ซึ่งพบว่าความต้องการใช้ของภาคครัวเรือนลดลง 0.40 % มาอยู่ที่ 5.68 ล้านกิโลกรัมต่อวัน , ภาคขนส่ง ปรับตัวลดลงถึง 16.32 % มาอยู่ที่ 4.10 ล้านกิโลกรัมต่อวัน , ภาคปิโตรเคมี ปรับตัวลดลง 24.10 % มาอยู่ที่ 4.73 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ซึ่งจะมีเพียงภาคอุตสาหกรรมเท่านั้นที่ปรับตัวสูงขึ้น 2.99 % มาอยู่ที่ 1.65 ล้านกิโลกรัมต่อวัน
ขณะที่ปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(เอ็นจีวี)ปรับตัวลดลง 9.20% มาอยู่ที่ 7.90 ล้านกิโลกรัมต่อวัน เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 8.7 ล้านกิโลกรัมต่อวัน เป็นผลจากราคาน้ำมันปรับตัวลดลงส่งผลให้ประชาชนและรถบรรทุกสินค้าหันไปใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ที่ 8.4 แสนบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นมูลค่า 3.7 หมื่นล้านบาทต่อเดือน ลดลง 4.69% จากช่วงเดียวกันของปีนี้ เป็นผลจากการนำเข้าน้ำมันดิบลดลง 4.69% เฉลี่ยอยู่ที่ 8.4 แสนบาร์เรลต่อวัน ส่วนการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 7.70% เฉลี่ยอยู่ที่ 6.9 หมื่นบาร์เรลต่อวัน มูลค่าเพิ่มขึ้น 4.04% คิดเป็น 3.7 พันล้านบาทต่อเดือน สำหรับปริมาณการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป ลดลง 47.15% เฉลี่ยอยู่ที่ 1.57 แสนบาร์เรลต่อวัน มูลค่าส่งออกลดลง 45.17% คิดเป็น 7,200 ล้านบาทต่อเดือน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,191 วันที่ 11 - 14 กันยายน พ.ศ. 2559
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน(ธพ.) เปิดเผยว่า ยอดใช้น้ำมันในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้(มกราคม-กรกฎาคม) พบว่าความต้องการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยปริมาณการใช้น้ำมันของกลุ่มน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 28.66 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 10.76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 25.88 ล้านลิตรต่อวัน เป็นการเพิ่มขึ้นของน้ำมันกลุ่มเบนซินเกือบทุกชนิด ยกเว้นน้ำมันเบนซินและน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี85 เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง
โดยตัวเลขการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 เพิ่มขึ้น 2.28 % อยู่ที่ 11.22 ล้านลิตรต่อวัน จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 10.96 ล้านลิตรต่อวัน ,แก๊สโซฮอล์ 95 เพิ่มขึ้น 22.24 % มาอยู่ที่ 10.53 ล้านลิตรต่อวัน จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 8.62 ล้านลิตรต่อวัน ,แก๊สโซฮฮล์ อี 20 มีการใช้เพิ่มขึ้น 17.47 % มาอยู่ที่ 4.73 ล้านลิตรต่อวัน จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 4.03 ล้านลิตรต่อวัน และแก๊สโซฮอล์ อี85 ปรับตัวลดลง 4.14 % มาอยู่ที่ 8.5 แสนลิตรต่อวัน จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 8.8 แสนลิตรต่อวัน ขณะที่น้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลง 3.60 % มาอยู่ที่ 1.33 ล้านลิตรต่อวัน จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 1.38 ล้านลิตรต่อวัน
สำหรับตัวเลขยอดใช้น้ำมันดีเซล พบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้เติบโตขึ้น 4.26% มาอยู่ที่ 61.76 ล้านลิตรต่อวัน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมียอดใช้อยู่ที่ 59.25 ล้านลิตรต่อวัน เนื่องจากรถยนต์ดีเซลมีจำนวนเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาขายปลีกน้ำมันที่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
"ยอดใช้น้ำมันปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ซึ่งปีนี้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำทำให้ผู้บริโภคใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและหันมาใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น"
นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า ส่วนยอดการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว(แอลพีจี) ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ พบว่าปรับตัวลดลง 12.34% มาอยู่ที่ 16.16 ล้านกิโลกรัมต่อวัน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 18.43 ล้านลิตรต่อวัน เนื่องจากความต้องการใช้แอลพีจีในภาคขนส่งและภาคปิโตรเคมีลดลง จากการเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงชนิดอื่นแทน นอกจากนี้การผลิตแอลพีจี ในประเทศมีปริมาณที่เพียงพอ จึงไม่มีความจำเป็นต้องนำเข้าในปริมาณที่สูงเหมือนปีก่อน
โดยตัวเลขปริมาณการนำเข้าแอลพีจีในช่วง7เดือนแรกอยู่ที่เพียง 40 ล้านกิโลกรัมต่อเดือน หรือลดลง 62.62% เทียบจากปีก่อนนำเข้าที่ 108 ล้านกิโลกรัมต่อเดือน ซึ่งพบว่าความต้องการใช้ของภาคครัวเรือนลดลง 0.40 % มาอยู่ที่ 5.68 ล้านกิโลกรัมต่อวัน , ภาคขนส่ง ปรับตัวลดลงถึง 16.32 % มาอยู่ที่ 4.10 ล้านกิโลกรัมต่อวัน , ภาคปิโตรเคมี ปรับตัวลดลง 24.10 % มาอยู่ที่ 4.73 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ซึ่งจะมีเพียงภาคอุตสาหกรรมเท่านั้นที่ปรับตัวสูงขึ้น 2.99 % มาอยู่ที่ 1.65 ล้านกิโลกรัมต่อวัน
ขณะที่ปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(เอ็นจีวี)ปรับตัวลดลง 9.20% มาอยู่ที่ 7.90 ล้านกิโลกรัมต่อวัน เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 8.7 ล้านกิโลกรัมต่อวัน เป็นผลจากราคาน้ำมันปรับตัวลดลงส่งผลให้ประชาชนและรถบรรทุกสินค้าหันไปใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ที่ 8.4 แสนบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นมูลค่า 3.7 หมื่นล้านบาทต่อเดือน ลดลง 4.69% จากช่วงเดียวกันของปีนี้ เป็นผลจากการนำเข้าน้ำมันดิบลดลง 4.69% เฉลี่ยอยู่ที่ 8.4 แสนบาร์เรลต่อวัน ส่วนการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 7.70% เฉลี่ยอยู่ที่ 6.9 หมื่นบาร์เรลต่อวัน มูลค่าเพิ่มขึ้น 4.04% คิดเป็น 3.7 พันล้านบาทต่อเดือน สำหรับปริมาณการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป ลดลง 47.15% เฉลี่ยอยู่ที่ 1.57 แสนบาร์เรลต่อวัน มูลค่าส่งออกลดลง 45.17% คิดเป็น 7,200 ล้านบาทต่อเดือน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,191 วันที่ 11 - 14 กันยายน พ.ศ. 2559






