
‘เทอมฟันด์’แหล่งพักเงิน บลจ. แข่งจ่ายผลตอบแทนสูงสุด 1.65% ต่อปี
อุตสาหกรรมกองทุนรวม เน้นออกกองทุนเทอมฟันด์ตราสารหนี้ ตอบโจทย์ลูกค้า 3 ด้าน รับเสี่ยงได้น้อย เป็นที่พักเงินชั่วคราว ผลตอบแทนสูงกว่าดอกฝาก บลจ.ไทยพาณิชย์ฯ เสิร์ฟ อายุ 3-6 เดือน จ่าย 1.1-1.65% ต่อปี บลจ.กรุงไทยฯ ขายกองทุนตราสารหนี้อายุ 3 เดือน ชูผลตอบแทนสูงถึง 1.45% เน้นลงทุนตราสารหนี้ชั้นดีต่างประเทศ บัวหลวง อายุ 6 เดือนจ่ายผลตอบแทน 1.50 %
[caption id="attachment_96810" align="aligncenter" width="700"]
เปรียบเทียบผลตอบแทนพันธบัตร[/caption]
ภายใต้สถานการณ์ดอกเบี้ยเงินฝากที่อยู่ในระดับต่ำ และภาวะการลงทุนทั่วโลกผันผวนอุตสาหกรรมกองทุนรวมได้เดินหน้าออกกองทุนตราสารหนี้แบบมีกำหนดอายุ หรือเทอมฟันด์ เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนรับความเสี่ยงได้น้อยและเป็นที่พักเงินรอลงทุนในสินทรัพย์อื่น
นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ (SCBAM) เปิดเผยว่า บริษัทออกกองทุนเทอมฟันด์ที่กำหนดระยะเวลาการลงทุนจำนวน 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ต่างประเทศ 3M91 (SCBFF3M91) มูลค่าโครงการ 1.5 หมื่นล้านบาท อายุการลงทุน 3 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 1.50% ต่อปี
กองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น สัดส่วนการลงทุน 40% ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด ลงทุนบัตรเงินฝากธนาคาร Qatar National Bank (QNB) สาขาลอนดอน ประเทศกาตาร์ สัดส่วนการลงทุน 20% เงินฝากธนาคาร First Gulf Bank (FGB) ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สัดส่วนการลงทุน 20% และธนาคาร Bank of China (BOC) สาขามาเก๊า ประเทศจีน สัดส่วนการลงทุน 20%
สำหรับกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ไทยคุ้มครองเงินต้น 6M38 (SCBTFCP6M38) มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท อายุ 6 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 1.1% ต่อปี โดยจะเน้นลงทุนสัดส่วน 100% ในพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ได้ออกกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ต่างประเทศ เอเอส 6MC7 (SCBASF6MC7) มูลค่าโครงการ 1.5 หมื่นล้านบาท อายุ 6 เดือน เสนอขายนักลงทุนที่มิใช่รายย่อยและผู้ที่มีเงินลงทุนสูง โดยลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำ 1 ล้านบาท ผลตอบแทนประมาณ 1.65% ต่อปี
นโยบายการลงทุนของกองทุนจะลงทุนในเงินฝากธนาคาร First Gulf Bank (FGB) ประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สัดส่วนการ ลงทุน 22% ธนาคาร Bank of China (BOC) สาขามาเก๊า-ประเทศจีน สัดส่วนการลงทุน 15% ธนาคาร PT Bank Danamon Indonesia (BDI) ประเทศอินโดนีเซีย สัดส่วนการลงทุน 24% Commercial Bank of Qatar (CBQ) ประเทศกาตาร์ สัดส่วนการลงทุน 15% และธนาคาร Bank Rakyat Indonesia (Persero) Tbk.(BRI) ประเทศอินโดนีเซีย สัดส่วนการลงทุน 24% ชูผลตอบแทนสูงถึง 1.45%
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทยฯ หรือ KTAM เปิดเผยว่า บริษัทออกกองทุนเทอมฟันด์ พร้อมกัน 2 กองทุน คือ กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ112 (KTFF112) อายุ 3 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 1.45% ต่อปี มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ ประเภทเงินฝากประจำ Bank of China ( Macau ) , PT BANK RAKYAT INDONESIA ( PERSERO ) Tbk , China Construction Bank , Ahli Bank QSC และตั๋วเงินคลังประเทศญี่ปุ่น
และกองทุนเปิดกรุงไทยสมาร์ทอินเวส 3 เดือน3 (KTSIV3M3) อายุ 3 เดือน เน้นลงทุนในตราสารหนี้ของธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย, ธนาคารทิสโก้ และตราสารหนี้ภาคเอกชน ประกอบด้วย บริษัท อีซี่ บายฯ , บริษัทบัตรกรุงไทยฯ และบริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ฯ ผลตอบแทนประมาณ 1.30% ต่อปี
นางชวินดา กล่าวเพิ่มเติมว่า อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ปรับตัวลดลงทุกช่วงอายุตามแรงซื้อกลับ หลังจากอัตราผลตอบแทนได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด หลังประธาน Fed แถลงว่าเตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของปีและจะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาในระหว่างสัปดาห์ค่อนข้างผสมผสานทำให้อัตราผลตอบแทนในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ทยอยปรับตัวขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนว่าตลาดปรับตัวรอรับการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในอนาคตถึงแม้ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะออกมาต่ำกว่าคาด และทำให้โอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนลดลง
รายงานข่าวจากบลจ.บัวหลวงฯ เปิดเผยว่า บริษัทได้ออกกองทุนเปิดบัวหลวงธนสารพลัส 34/16(BP34/16) อายุประมาณ 6 เดือน ประมาณการผลตอบแทน 1.50% ต่อปี ขนาดโครงการ 5,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในตราสารแห่งหนี้ต่างประเทศ และหรือเงินฝากต่างประเทศ โดยจะลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และหรือภาคเอกชน ในระดับอินเวสเมนต์เกรด หรืออันดับลงทุนได้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,191 วันที่ 11 - 14 กันยายน พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_96810" align="aligncenter" width="700"]
ภายใต้สถานการณ์ดอกเบี้ยเงินฝากที่อยู่ในระดับต่ำ และภาวะการลงทุนทั่วโลกผันผวนอุตสาหกรรมกองทุนรวมได้เดินหน้าออกกองทุนตราสารหนี้แบบมีกำหนดอายุ หรือเทอมฟันด์ เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนรับความเสี่ยงได้น้อยและเป็นที่พักเงินรอลงทุนในสินทรัพย์อื่น
นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ (SCBAM) เปิดเผยว่า บริษัทออกกองทุนเทอมฟันด์ที่กำหนดระยะเวลาการลงทุนจำนวน 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ต่างประเทศ 3M91 (SCBFF3M91) มูลค่าโครงการ 1.5 หมื่นล้านบาท อายุการลงทุน 3 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 1.50% ต่อปี
กองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น สัดส่วนการลงทุน 40% ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด ลงทุนบัตรเงินฝากธนาคาร Qatar National Bank (QNB) สาขาลอนดอน ประเทศกาตาร์ สัดส่วนการลงทุน 20% เงินฝากธนาคาร First Gulf Bank (FGB) ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สัดส่วนการลงทุน 20% และธนาคาร Bank of China (BOC) สาขามาเก๊า ประเทศจีน สัดส่วนการลงทุน 20%
สำหรับกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ไทยคุ้มครองเงินต้น 6M38 (SCBTFCP6M38) มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท อายุ 6 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 1.1% ต่อปี โดยจะเน้นลงทุนสัดส่วน 100% ในพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ได้ออกกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ต่างประเทศ เอเอส 6MC7 (SCBASF6MC7) มูลค่าโครงการ 1.5 หมื่นล้านบาท อายุ 6 เดือน เสนอขายนักลงทุนที่มิใช่รายย่อยและผู้ที่มีเงินลงทุนสูง โดยลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำ 1 ล้านบาท ผลตอบแทนประมาณ 1.65% ต่อปี
นโยบายการลงทุนของกองทุนจะลงทุนในเงินฝากธนาคาร First Gulf Bank (FGB) ประเทศ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สัดส่วนการ ลงทุน 22% ธนาคาร Bank of China (BOC) สาขามาเก๊า-ประเทศจีน สัดส่วนการลงทุน 15% ธนาคาร PT Bank Danamon Indonesia (BDI) ประเทศอินโดนีเซีย สัดส่วนการลงทุน 24% Commercial Bank of Qatar (CBQ) ประเทศกาตาร์ สัดส่วนการลงทุน 15% และธนาคาร Bank Rakyat Indonesia (Persero) Tbk.(BRI) ประเทศอินโดนีเซีย สัดส่วนการลงทุน 24% ชูผลตอบแทนสูงถึง 1.45%
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทยฯ หรือ KTAM เปิดเผยว่า บริษัทออกกองทุนเทอมฟันด์ พร้อมกัน 2 กองทุน คือ กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ112 (KTFF112) อายุ 3 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 1.45% ต่อปี มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ ประเภทเงินฝากประจำ Bank of China ( Macau ) , PT BANK RAKYAT INDONESIA ( PERSERO ) Tbk , China Construction Bank , Ahli Bank QSC และตั๋วเงินคลังประเทศญี่ปุ่น
และกองทุนเปิดกรุงไทยสมาร์ทอินเวส 3 เดือน3 (KTSIV3M3) อายุ 3 เดือน เน้นลงทุนในตราสารหนี้ของธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย, ธนาคารทิสโก้ และตราสารหนี้ภาคเอกชน ประกอบด้วย บริษัท อีซี่ บายฯ , บริษัทบัตรกรุงไทยฯ และบริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ฯ ผลตอบแทนประมาณ 1.30% ต่อปี
นางชวินดา กล่าวเพิ่มเติมว่า อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ปรับตัวลดลงทุกช่วงอายุตามแรงซื้อกลับ หลังจากอัตราผลตอบแทนได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด หลังประธาน Fed แถลงว่าเตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของปีและจะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาในระหว่างสัปดาห์ค่อนข้างผสมผสานทำให้อัตราผลตอบแทนในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ทยอยปรับตัวขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนว่าตลาดปรับตัวรอรับการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในอนาคตถึงแม้ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะออกมาต่ำกว่าคาด และทำให้โอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนลดลง
รายงานข่าวจากบลจ.บัวหลวงฯ เปิดเผยว่า บริษัทได้ออกกองทุนเปิดบัวหลวงธนสารพลัส 34/16(BP34/16) อายุประมาณ 6 เดือน ประมาณการผลตอบแทน 1.50% ต่อปี ขนาดโครงการ 5,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในตราสารแห่งหนี้ต่างประเทศ และหรือเงินฝากต่างประเทศ โดยจะลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และหรือภาคเอกชน ในระดับอินเวสเมนต์เกรด หรืออันดับลงทุนได้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,191 วันที่ 11 - 14 กันยายน พ.ศ. 2559






