thansettakij
thansettakij
ดึงคนค้างชำระมือถือเข้าNCB หวั่นกระทบคนดีขอสินเชื่อยากขึ้น/ความเป็นตัวตนของลูกค้าไม่ชัวร์

ดึงคนค้างชำระมือถือเข้าNCB หวั่นกระทบคนดีขอสินเชื่อยากขึ้น/ความเป็นตัวตนของลูกค้าไม่ชัวร์

07 ก.ย. 59 | 03:00 น.
หวั่นคนดีกระทบ ประชาชนทั่วไปขอสินเชื่อยากขึ้น เหตุโอเปอเรเตอร์ไม่มีมาตรฐานเช็คความเป็นตัวตนของลูกค้า ยกเคสคนถูกบี้จ่ายค่าบริการทั้งที่ไม่ได้ใช้ ขณะที่เวิลด์แบงก์-ธปท.หวังจัดเก็บประวัติสะท้อนวินัยบุคคล เตือน! เอ็นซีบีดึงคนค้างชำระมือถือเข้าเครดิตบูโร

[caption id="attachment_94591" align="aligncenter" width="700"] ธุรกรรมการชำระเงินผ่านบริการ Mobile Banking และ Internet Banking ธุรกรรมการชำระเงินผ่านบริการ Mobile Banking และ Internet Banking[/caption]

สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2557 กำหนดให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตพิจารณาออกประกาศกำหนดให้ผู้ค้าปลีก และบริษัทผู้ให้บริการสาธารณูปโภคเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต เพื่อให้จัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลผู้ค้าปลีกและข้อมูลจากบริษัทผู้ให้บริการสาธารณูปโภคได้ โดยเริ่มจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เป็นอันดับแรกก่อนนั้น

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัทศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ(เอ็นซีบี)หรือเครดิตบูโรเปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ระหว่างการศึกษา โดยทีมงานของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กำลังศึกษาถึงความจำเป็นว่าจะต้องมีการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวหรือไม่ หากจะมีการจัดเก็บจะจัดเก็บที่วงเงินเท่าใด ซึ่งบางประเทศจะกำหนดยอดค้างชำระไม่เกิน 2,000 บาทโดยค้างชำระเกิน 3 เดือน ส่วนระยะเวลาจัดเก็บส่วนใหญ่ไม่นานอาจจะ 1 ปีหรือ 2 ปี ทั้งนี้ ในแง่ของผู้ให้บริการสาธารณูปโภคจะศึกษาถึงผลประโยชน์ในการเป็นสมาชิกของเครดิตบูโรด้วย หากเห็นประโยชน์เบื้องต้นต้องสมัครเป็นสมาชิกของเครดิตบูโรก่อนจัดทำรายงานข้อมูลลูกค้าที่ใช้โทรศัพท์มือถือเข้าเป็นฐานข้อมูลในเครดิตบูโร

“ มติ ครม.มีมาตั้งแต่ปลายปี 2557 โดยสั่งให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต (กคค.)พิจารณาออกประกาศจัดเก็บข้อมูลโทรศัพท์มือถือที่เป็นลักษณะPost Paid ซึ่งตอนนี้ทางกคค.ยังไม่ประกาศให้ผู้ให้บริการสาธารณูปโภค เช่น ค่ายมือถือ 3ค่ายเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายนี้ เมื่อเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายนี้ก็ต้องสมัครเป็นสมาชิกของเครดิตบูโร โดยเวลานี้ทางแบงก์ชาติจึงต้องศึกษาว่าจะมีการจัดเก็บข้อมูลหรือไม่ หรือถ้าจัดเก็บจะจัดเก็บอย่างไร เพราะข้อมูลมือถือดังกล่าวจะสะท้อนวินัยของบุคคลซึ่งมีความสำคัญ”

ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ได้รับคะแนนในเรื่องบริการคะแนนเครดิต และการจัดเก็บข้อมูลจากผู้ค้าปลีกและผู้ให้บริการสาธารณูปโภค จากการจัดอันดับความยากง่ายการประกอบทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) ของธนาคารโลก (World Bank) แต่รายงานประจำปี 2560 กำหนดออกในวันที่ 25ตุลาคม 2559นี้ โดยเครดิตบูโรคาดหวังจะได้รับคะแนนเพิ่มเป็น 7/8จากปัจจุบันอยู่ที่ 6/8 เนื่องจาก กคค.เห็นชอบให้เครดิตบูโรให้บริการคะแนนเครดิตเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2559 และเริ่มให้บริการคะแนนเครดิตตั้งแต่วันที่ 16พฤษภาคมเป็นต้นมา ก่อนปิดรอบการประเมินวันที่ 1มิถุนายน 2559 จึงคาดหวังว่าจะมีโอกาสในการได้รับคะแนนเพิ่มในการประเมิน

แหล่งข่าวจาก บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า สำหรับเรื่องการจัดตั้ง NCB ขณะนี้ต้องรอความชัดเจนทางภาครัฐ สำหรับ เอไอเอส ให้ความร่วมมือกับภาครัฐหากมีนโยบายชัดเจนและอย่างเป็นทางการ ซึ่งการชำระค่าสินค้าผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้นชำระผ่านบัตรเครดิตของผู้ใช้บริการในส่วนของ เอไอเอส ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงเครือข่ายเท่านั้น

ด้านแหล่งข่าวรายหนึ่งให้ความเห็นว่า การจัดเก็บประวัติคนค้างชำระค่ามือถือหรือค่าโทรศัพท์นั้น มีทั้งผลดีและผลเสีย โดยผลดีอาจทำให้ประเทศมีฐานข้อมูลเครดิตครอบคลุมและสามารถใช้ตรวจสอบประวัติทางการเงินของประชาชนได้ แต่ขณะเดียวกันประชาชนที่ดีก็จะถูกกระทบ และทำให้การขออนุมัติสินเชื่อทำได้ยากยิ่งขึ้น เนื่องจากปัจจุบันผู้ให้บริการด้านสาธารณูปโภคไม่มีมาตรฐานการตรวจสอบความมีตัวตนของลูกค้า เห็นได้จากประชาชนที่ถูกทวงถามหรือเรียกเก็บค่าบริการทั้งๆ ที่เจ้าตัวไม่เคยใช้บริการมาก่อน หรือการใช้มือถือในการก่อเหตุ รวมถึงปัญหาการหลอกลวงทางธุรกรรมทางการเงิน เป็นต้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,187 วันที่ 4 - 7 กันยายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market