
ทองคำฟื้นรับดอลลาร์อ่อน กูรูแนะรอซื้อย่อแถว 4,060 - 4,030 ดอลลาร์
ทองคำฟื้นกลับเหนือ 4,000 ดอลลาร์ รับดอลลาร์อ่อนและบอนด์ยีลด์ลด แต่ยังต้องผ่านแนวต้าน 4,150 ดอลลาร์จึงยืนยันขาขึ้น แนะรอซื้อเมื่อย่อตัวสร้างฐาน
KEY
POINTS
- ราคาทองคำฟื้นตัวจากปัจจัยเงินดอลลาร์อ่อนค่าและผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงหลังทราบผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
- ผู้เชี่ยวชาญแนะนำกลยุทธ์รอซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาในกรอบ 4,060 - 4,030 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ต้องจับตาแนวต้านสำคัญที่ 4,150 ดอลลาร์ เพื่อยืนยันการฟื้นตัว ควบคู่กับปัจจัยเสี่ยงด้านนโยบายสหรัฐฯ และสถานการณ์ตะวันออกกลาง
GCAP GOLD ประเมินราคาทองคำฟื้นตัวหลังทราบผลเลือกตั้งกลางเทอม รับแรงหนุนจากดอลลาร์อ่อนค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับลดลง แต่ยังต้องติดตามแนวต้านสำคัญ $4,150 เพื่อประเมินความต่อเนื่องของการฟื้นตัว พร้อมจับตาทิศทางนโยบายหลังเลือกตั้ง สถานการณ์ตะวันออกกลาง และตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ แนะรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวสร้างฐาน
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำฟื้นกลับเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังเผชิญแรงขายลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 3,880 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
สะท้อนแรงซื้อที่กลับเข้ามาหลังทราบผลเลือกตั้งสหรัฐฯ ทำให้ภาพระยะสั้นดีขึ้น ทั้งนี้ ทางฝ่ายมองว่า ทองคำต้องยืนเหนือแนวต้าน 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นว่าการฟื้นตัวจะเดินหน้าต่อได้ หากยังผ่านไม่ได้ อาจเห็นแรงขายทำกำไรและการย่อตัวกลับมาทดสอบฐาน
จับตา 3 ปัจจัยชี้ชะตาทอง
ปัจจัยแรกคือ ทิศทางการเมืองและนโยบายสหรัฐฯ หลังเดโมแครตคว้าเสียงข้างมากทั้งสองสภา ซึ่งจะเพิ่มข้อจำกัดในการผลักดันกฎหมายและงบประมาณของรัฐบาลทรัมป์เมื่อรัฐสภาชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ โดยมองว่าความเสี่ยงที่นโยบายเศรษฐกิจเผชิญทางตันเป็นแรงพยุงทองคำระยะสั้น ผ่านดอลลาร์ที่อ่อนค่าและบอนด์ยีลด์ที่ลดลง
อย่างไรก็ดี ผลเลือกตั้งไม่ได้ทำให้นโยบายภาษีการค้าและต่างประเทศเปลี่ยนทันที จึงต้องติดตามท่าทีของทรัมป์และความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับรัฐสภา หากดอลลาร์และบอนด์ยีลด์กลับมาปรับขึ้น แรงหนุนต่อทองคำอาจลดลง
ปัจจัยที่สองคือ สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังต้องติดตามทั้งการโจมตีและการเจรจา หากเกิดการโจมตีเพิ่มเติมอาจหนุนแรงซื้อทองคำระยะสั้น แต่หากราคาน้ำมันพุ่งจนเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อและดอกเบี้ยสูง อาจจำกัดการฟื้นตัวของทอง ส่วนการเจรจาที่คืบหน้าจะลดแรงซื้อเพื่อหลบความเสี่ยง แต่หากช่วยให้น้ำมันลดลง ก็จะคลายแรงกดดันด้านเงินเฟ้อได้
ปัจจัยสุดท้ายคือ ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนตุลาคม วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 20.30 น. ตามเวลาไทย โดยคาดว่าการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้น 65,000 ตำแหน่ง จาก 29,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.2% หากออกมาตามคาด อาจกดดันทองคำเล็กน้อย เพราะสะท้อนการจ้างงานที่ฟื้นตัวและยังไม่เพิ่มเหตุผลให้เฟดผ่อนคลายนโยบาย
ภาพระยะสั้นดีขึ้น ทองคำกลับมายืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์
กลยุทธ์แนะนำรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวสร้างฐานบริเวณ 4,060 - 4,030 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยประมาณ 64,300–64,000 บาท และมีสัญญาณฟื้นตัว โดยแบ่งขายทำกำไรที่แนวต้านแรก 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยประมาณ 65,500 บาท
และหากผ่านและยืนเหนือได้ มีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยประมาณ 66,000 บาท อย่างไรก็ตาม หากราคาย่อตัวกลับลงมาหลุด 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยประมาณ 63,000 บาท และไม่สามารถกลับขึ้นมายืนได้ ควรตัดขาดทุนสำหรับสถานะซื้อระยะสั้นและรอประเมินฐานใหม่เนื่องจากการฟื้นตัวเริ่มอ่อนแรง







