
ทองคำฟื้นแรง ลุ้นทะลุ 4,500 ดอลลาร์ ทองไทยแตะ 70,000 บาท
ราคาทองคำฟื้นเหนือ 4,100 ดอลลาร์ “จิตติ” มองระยะยาวลุ้นทะลุ 4,500 ดอลลาร์ YLG ชี้ Q4 แกว่งตัว ด้านฮั่วเซ่งเฮงประเมินทองไทยมีโอกาสแตะ 69,000 บาทปลายปี และ 70,000 บาท ม.ค. 2570
KEY
POINTS
- ราคาทองคำฟื้นตัวแรงจากผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง
- นักวิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มระยะยาวเป็นขาขึ้น มีโอกาสที่ราคาทองคำโลกจะปรับตัวขึ้นไปทะลุ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ราคาทองคำในประเทศมีโอกาสปรับขึ้นไปถึงระดับ 69,000-70,000 บาทต่อบาททองคำ หากราคาทองคำโลกปรับขึ้นตามเป้าหมาย
ราคาทองคำกลับมาฟื้นตัวอย่างโดดเด่น หลังได้รับแรงหนุนจากผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ การคลัง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยราคาทองคำขยับขึ้นมาอยู่บริเวณ 4,131 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ผู้ประกอบการทองคำและนักวิเคราะห์ยังมองแนวโน้มระยะยาวเป็นบวก แต่เตือนให้ติดตามความผันผวนระยะสั้นจากทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
“จิตติ” มองทองคำขาขึ้น ลุ้นทะลุ 4,500 ดอลลาร์
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำเปิดเผยว่า ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่พรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะ ส่งผลให้อำนาจในการบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เผชิญข้อจำกัดมากขึ้น ไม่สามารถผลักดันนโยบายต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่เหมือนที่ผ่านมา โดยคาดว่า ความตึงเครียดและเหตุการณ์ต่าง ๆ อาจทยอยคลี่คลายลง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐให้อ่อนค่าลง และช่วยหนุนราคาทองคำให้ปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ ราคาทองคำในช่วงเช้าวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เคลื่อนไหวบริเวณ 4,131 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากราคาปรับตัวลงอย่างหนักไปแตะระดับกว่า 3,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเดือนตุลาคม ซึ่งปรับลดลงลึกกว่าที่นักวิเคราะห์และตลาดประเมินไว้ แต่หลังจากผ่านจุดต่ำสุดดังกล่าว ราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวและมีแนวโน้มกลับเข้าสู่ทิศทางขาขึ้นในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องระมัดระวังปัจจัยการประชุมเฟดในวันที่ 9 ธันวาคม 2569 ซึ่งข่าวเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยอาจทำให้ราคาทองคำเกิดแรงย่อตัวและผันผวน และยังต้องจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน รวมถึงความเคลื่อนไหวบริเวณช่องแคบและเส้นทางเดินเรือสำคัญ เนื่องจากมีผลต่อราคาน้ำมันและบรรยากาศการลงทุน หากสถานการณ์คลี่คลาย เส้นทางเดินเรือกลับมาเปิดได้ตามปกติ และราคาน้ำมันปรับลดลง ก็อาจเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนราคาทองคำ
นายจิตติ ประเมินว่า ในระยะยาวราคาทองคำยังมีโอกาสปรับขึ้นไปมากกว่า 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ระยะสั้นจะมีความผันผวนจากประเด็นดอกเบี้ยและปัจจัยเศรษฐกิจ โดยแนะนำนักลงทุนที่มีเงินเย็นและสามารถถือครองระยะยาวได้ หากราคาทองคำย่อตัวลงจากข่าวเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย อาจพิจารณาทยอยซื้อสะสมเพื่อการลงทุนระยะยาว
YLG ประเมิน Q4 แกว่งตัว ก่อนลุ้นขาขึ้นปี 2027
ด้านนางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG)กล่าวว่า ราคาทองคำทะยานขึ้นเหนือระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังพรรคเดโมแครตชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มความหวังว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านอาจยุติลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างมาก ขณะเดียวกันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ลดลง ยังช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับทองคำ
ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยอมรับว่า ประเด็นสงครามและราคาน้ำมันเป็นปัจจัยเบื้องหลังความพ่ายแพ้ของพรรครีพับลิกัน พร้อมส่งสัญญาณว่า ยังไม่มีแผนยกระดับการโจมตีอิหร่านในทันที ส่งผลให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีโอกาสลดลง และช่วยบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อ
นอกจากนี้ การจำกัดความสามารถของรัฐบาลในการผลักดันกฎหมายที่ใช้งบประมาณจำนวนมากและขยายการขาดดุล อาจช่วยฟื้นความน่าสนใจของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และกดดัน Bond Yield ให้ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำอีกทางหนึ่ง
สำหรับแนวโน้มราคาทองคำ YLG มองว่า ช่วงที่เหลือของไตรมาส 4/2569 ราคามีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway ถึง Sideway Up ก่อนกลับเข้าสู่รอบขาขึ้นอย่างแข็งแกร่งในปี 2027 โดยประเมินแนวรับระยะสั้นที่ 4,050–4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับสำคัญที่ 3,870–3,840 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,160–4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านได้มีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 4,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ส่วนทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศ ประเมินแนวรับที่ 64,000–60,750 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งเป็นกรอบสำหรับทยอยสะสม ขณะที่แนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 65,900–66,400 บาทต่อบาททองคำ หากผ่านได้มีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบ 69,200 บาทต่อบาททองคำ
ฮั่วเซ่งเฮง ชี้ ผ่าน 4,200 ดอลลาร์ เปิดทางทองไทย 69,000 บาท
ขณะที่ นางสาวศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัดกล่าวว่า แนวโน้มราคาทองคำในช่วงนี้ยังสดใส โดยประเมินแนวต้านแรกที่ 4,145–4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้านสำคัญที่ 4,200–4,225 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถผ่านระดับดังกล่าวได้ จะเป็นสัญญาณบวกและเปิดโอกาสให้ราคาปรับขึ้นต่อ โดยมีเป้าหมายปลายปีที่ 4,450–4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับสงครามอิหร่านเริ่มลดลงในระยะสั้น หลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่ายังไม่มีแผนโจมตีอิหร่านในเร็ว ๆ นี้ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำสุดในรอบ 2 เดือน และกลับมาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงาน
สำหรับราคาทองคำในประเทศ นางสาวศิริลักษณ์ประเมินว่า หากราคาทองคำโลกขึ้นไปถึง 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองไทยมีโอกาสอยู่ที่ประมาณ 66,000 บาทต่อบาททองคำ และหากราคาทองคำโลกขยับเข้าใกล้ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มีโอกาสเห็นราคาทองไทยประมาณ 69,000 บาทต่อบาททองคำ
ส่วนเป้าหมายทองคำไทยที่ระดับ 70,000 บาทต่อบาททองคำ ยังมีโอกาสเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2570 จากแรงซื้อทองคำตามฤดูกาลและความต้องการซื้อก่อนเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงที่มักมีแรงซื้อเข้ามาสนับสนุนตลาด
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,251 วันที่ 8 - 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569






