thansettakij
thansettakij
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐเพิ่มแรงหนุนทองคำ-เงิน ดอลลาร์อ่อนค่า

เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐเพิ่มแรงหนุนทองคำ-เงิน ดอลลาร์อ่อนค่า

05 พ.ย. 69 | 02:25 น.
อัปเดตล่าสุด :05 พ.ย. 69 | 02:32 น.

ราคาทองคำตลาดสปอตพุ่ง 3.4% แตะ 4,061.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาเงินเพิ่มขึ้น 5.1% หลังพรรคเดโมแครตมีแนวโน้มคว้าชัยเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ นักวิเคราะห์มองความไม่แน่นอนทางการเมือง แรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์หนุนโลหะมีค่า

KEY

POINTS

  • ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง
  • ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาโลหะมีค่าอย่างทองคำและเงินปรับตัวสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
  • ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 3% และราคาเงินพุ่งขึ้นมากกว่า 5% หลังการเลือกตั้ง

ราคาโลหะมีค่าปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในการซื้อขายเมื่อวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน ตามเวลาสหรัฐฯ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง หลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ โดยราคาทองคำและเงินต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 3% และ 5% ตามลำดับ

ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) เพิ่มขึ้น 3.4% อยู่ที่ 4,061.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาเงินตลาดสปอต (Spot Silver) พุ่งขึ้น 5.1% อยู่ที่ 52.29 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ด้านสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าเดือนใกล้ที่สุด (Front-month Gold Futures) เพิ่มขึ้น 3.4% ปิดที่ 4,073 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนสัญญาซื้อขายเงินล่วงหน้า (Silver Futures) เพิ่มขึ้น 5.1% อยู่ที่ 52.28 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่การนับคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมยังคงดำเนินต่อไป โดยมีการคาดการณ์ว่าพรรคเดโมแครตจะควบคุมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐหลายแห่ง

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังความเสี่ยงทางการเมืองลดลง ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง ราคาน้ำมันปรับตัวลงเช่นกัน ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (U.S. Dollar Index) อ่อนค่าลงประมาณ 0.3%

ราคาทองคำกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งหรือไม่

ในปี 2568 ทั้งทองคำและเงินต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุด โดยราคาทองคำพุ่งขึ้น 66% และราคาเงินเพิ่มขึ้น 135% ตลอดทั้งปี เนื่องจากนักลงทุนหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของตลาดในวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม แรงส่งของราคาโลหะมีค่าเริ่มอ่อนแรงลงในปีนี้ หลังอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้น และธนาคารกลางมีท่าทีเข้มงวดด้านนโยบายการเงิน ส่งผลให้โลหะมีค่าสูญเสียปัจจัยสนับสนุน โดยราคาทองคำปรับตัวลดลงมากกว่า 6% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ราคาเงินร่วงลงประมาณ 26%

นอกจากนี้ โลหะมีค่ายังเผชิญความเสี่ยงจากการถูกเทขายในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง เนื่องจากนักลงทุนอาจขายสินทรัพย์ที่สร้างผลกำไรหรือสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เพื่อนำเงินสดมาเสริมสภาพคล่อง