thansettakij
thansettakij
ทองคำมีลุ้นดีดทดสอบ 4,250 ดอลลาร์ จับตาเงินเฟ้อ–ทิศทางเฟด

ทองคำมีลุ้นดีดทดสอบ 4,250 ดอลลาร์ แตะ 67,000 บาท จับตาเงินเฟ้อ–ทิศทางเฟด

22 ต.ค. 69 | 04:50 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ต.ค. 69 | 05:18 น.

โบรกคาดทองคำลุ้นฟื้นแตะ 4,250 ดอลลาร์ หากดอลลาร์–บอนด์ยีลด์อ่อน แนะรอซื้อโซน 4,115–4,100 ดอลลาร์ ตั้งเป้าขาย 4,200–4,250 ดอลลาร์ พร้อมลดเสี่ยงหากหลุด 4,100 ดอลลาร์

KEY

POINTS

  • ราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากค่าเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์อ่อนตัวลง
  • ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือตัวเลขเงินเฟ้อและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
  • ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจเป็นปัจจัยหนุนราคาทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ก็อาจกดดันราคาหากส่งผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้น
  • GCAP GOLD แนะนํากลยุทธ์รอซื้อเมื่อราคาสร้างฐานที่แนวรับ 4,100 - 4,115 ดอลลาร์ และขายทำกำไรที่แนวต้าน 4,200 - 4,250 ดอลลาร์

GCAP GOLD ประเมินทองคำมีโอกาสฟื้นตัวทดสอบ 4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากดอลลาร์และบอนด์ยีลด์อ่อนตัวลงต่อเนื่อง จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ก่อนการประชุมเฟด ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ วางกรอบลงทุน 4,100 - 4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำรอซื้อเมื่อราคาสร้างฐานบริเวณแนวรับ

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัว หลังกลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,165 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ความกังวลด้านเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังเป็นปัจจัยจำกัดการปรับขึ้น

โดยจากนี้อาจยังต้องติดตามว่าดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือบอนด์ยีลด์ จะปรับลดลงต่อเนื่องเพียงพอที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวของทองคำได้หรือไม่

ตัวเลขเงินเฟ้อสูง ลุ้นเฟดขึ้นดอกเบี้ย

นอกจากนี้ ด้วยตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาด ทำให้ตลาดยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น อาจหนุนให้ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์กลับมาปรับตัวสูงขึ้น

ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำและกดดันราคา ในทางกลับกันหากดอลลาร์และบอนด์ยีลด์อ่อนตัวลงต่อเนื่อง จะช่วยเปิดโอกาสให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป

ทั้งนี้ ก่อนการประชุมเฟดวันที่ 27–28 ตุลาคม 2569 ตลาดยังประเมินทิศทางดอกเบี้ยจากถ้อยแถลงล่าสุดของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ควบคู่กับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งจะมีบทบาทมากขึ้นในช่วงที่เฟดงดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน

โดยเฉพาะจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานและดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) หากข้อมูลสะท้อนว่าเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งและแรงกดดันด้านราคายังสูง อาจเพิ่มน้ำหนักต่อการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดและจำกัดการฟื้นตัวของทองคำแต่หากเศรษฐกิจชะลอลงพร้อมกับแรงกดดันด้านราคาที่ผ่อนคลาย จะช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยและสนับสนุนราคาทองคำ

ในขณะเดียวกันความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย–ยูเครนและสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยที่อาจเพิ่มความผันผวนให้ตลาด โดยความตึงเครียดที่รุนแรงขึ้นอาจกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นจนเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อและโอกาสขึ้นดอกเบี้ย

แรงหนุนต่อทองคำอาจถูกลดทอนจากการแข็งค่าของดอลลาร์และการปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์ จึงต้องติดตามว่าตลาดจะให้น้ำหนักกับความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยหรือความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมากกว่าในแต่ละช่วง

รอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาสร้างฐาน 4,115 - 4,100 ดอลลาร์

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้น ทางฝ่ายประเมินกรอบราคาทองคำที่ 4,100 - 4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเน้นรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาสร้างฐานบริเวณ 4,115 - 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 65,000–64,800 บาท

เมื่อพิจารณาขายทำกำไรบริเวณ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ 4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 66,500 และ 67,000 บาท ตามลำดับ

ทั้งนี้ หากราคาทองคำหลุดระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยต่ำกว่า 64,800 บาท แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาลดความเสี่ยง และรอประเมินการสร้างฐานใหม่บริเวณ 4,065 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 64,200 บาท ก่อนพิจารณาเพิ่มสถานะลงทุนเพื่อบริหารความเสี่ยงในช่วงที่ทิศทางราคายังไม่ชัดเจน