thansettakij
thansettakij
เปิด 5 ทาง เลือกการลงทุนของชาวเน็ตไทย  “ทองคำ-เงินฝาก-พันธบัตร” มาแรง

เปิด 5 ทาง เลือกการลงทุนของชาวเน็ตไทย “ทองคำ-เงินฝาก-พันธบัตร” มาแรง

21 ต.ค. 69 | 08:59 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ต.ค. 69 | 09:16 น.

“เรียลวอทช์ แล๊ป” เปิดผลสำรวจ 5 ทางเลือกในการลงทุนของชาวเน็ตไทยปี 2569 พบว่า สินทรัพย์ที่จับต้องได้ และ มีความเสี่ยงต่ำ อย่าง “ทองคำ-เงินฝาก-พันธบัตร” ได้รับความสนใจจากนักลงทุนชาวเน็ตไทยสูงสุดถึง 49.82%

KEY

POINTS

  • ผลสำรวจชาวเน็ตไทยพบว่าการลงทุนที่ได้รับความนิยมสูงสุด (49.82%) คือสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำที่จับต้องได้ เช่น ทองคำ เงินฝากประจำ และพันธบัตรรัฐบาล
  • การลงทุนในกองทุนรวมเป็นทางเลือกยอดนิยมอันดับสอง (30.84%) ตามมาด้วยตลาดหุ้น (8.02%) อสังหาริมทรัพย์/ประกัน (6.82%) และการสร้างธุรกิจของตัวเอง (4.50%)
  • แนวโน้มการลงทุนนี้สะท้อนว่าท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ชาวเน็ตไทยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงและการรักษาเงินต้นมากกว่าการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง

 

 

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน ไม่แน่นอน จากความเสี่ยงหลากหลายปัจจัย ทำให้นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญกับการวางกลยุทธการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น “เรียลวอทช์ แล๊ป (RealWatch Lab) ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล (Research and Data Analytics) บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด(มหาชน) บริษัท ด้าน AI-Data Driven Technology ได้สำรวจความเห็นชาวเน็ตไทยที่เปิดเผยความเห็นแบบสาธารณะในทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-30 กันยายน 2569 ถึงทางเลือกของชาวเน็ตไทยในการลงทุนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและไม่แน่นอนในปัจจุบัน พบข้อความที่เขียนถึงแผนการลงทุนรวม 20,569 ข้อความ เป็นข้อความที่เขียนถึงการลงทุนแบบทั่วไป 13,477 ข้อความ และ เป็นข้อความที่เขียนถึงทางเลือกและการตัดสินใจลงทุน 7,092 ข้อความ

 

ลงทุนในสินทรัพย์จับต้องได้ มีความเสี่ยงต่ำมาเป็นอันดับ1 

การลงทุนอันดับหนึ่ง ที่ชาวเน็ตไทยเลือกลงทุน เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่จับต้องได้และมีความเสี่ยงต่ำ คิดเป็นสัดส่วน 49.82% โดยความสนใจส่วนใหญ่จะเลือกลงทุนซื้อทองคำแท่ง การฝากเงินในบัญชีเงินฝากประจำ การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล และ การซื้อสลากออมสิน  โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ระบุว่า เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ ถึงแม้จะให้ผลตอบแทนไม่สูง แต่เงินต้นไม่หาย, การลงทุนทองคำแท่ง ไม่มีความเสี่ยง เป็นการลงทุนระยะยาว มีมูลค่าเพิ่ม, เก็บสะสมทองคำไปเรื่อยๆ เกษียณจะได้มีเงินเก็บไม่เสี่ยง, เงินฝากประจำได้ดอกเบี้ยทุกสามเดือน เงินต้นยังอยู่และได้ดอกเบี้ย, ซื้อสลากออมสิน ได้รางวัลด้วยและมีเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ย ไม่เสี่ยง เป็นต้น

อันดับสอง เป็นการลงทุนในกองทุนรวมประเภทต่างๆ คิดเป็นสัดส่วน 30.84% โดยมีข้อความในการเลือกลงทุนในกองทุนรวมว่า ลงทุนในกองทุนรวมเป็นการลงทุนระยะยาว ให้ผลตอบแทนดี แต่ต้องเลือกกองทุนที่มีผู้บริหารกองทุนเก่งๆ, เมื่อเริ่มลงทุน กองทุนรวมเป็นทางเลือกที่ดี อัตราผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก ถึงจะเสี่ยงแต่คุ้ม, การลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นเครื่องมือสำหรับการออมและการเกษียณในระยะยาว เป็นต้น

อันดับสาม เป็นการลงทุนในตลาดหุ้น ทั้งในและต่างประเทศ คิดเป็นสัดส่วน 8.02% โดยมีข้อความระบุว่า การลงทุนในหุ้นประมาณ 10-15% ของเงินออม ทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดี แต่ต้องเลือกหุ้นที่มีผลประกอบการดี, ลงทุนในหุ้นที่มีเงินปันผล จะช่วยลดความเสี่ยง, อายุไม่เยอะ ลงทุนหุ้นได้ ผลตอบแทนดี แต่ต้องรู้จังหวะเข้าและออก เป็นต้น

อันดับสี่ ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และ ประกัน คิดเป็นสัดส่วน 6.82% โดยข้อความส่วนใหญ่ระบุว่า ซื้อคอนโดฯ ไว้ปล่อยเช่า ได้ผลตอบแทนระยะยาว, ซื้อประกันไว้เจ็บป่วยได้ใช้รักษาตัว แถมยังมีเงินออมระยะยาว, การลงทุนในกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(Real Estate Investment Trust : REIT) ได้ผลตอบแทนดีกว่าฝากเงิน เป็นต้น

อันดับที่ห้า ลงทุนสร้างธุรกิจของตัวเอง คิดเป็นสัดส่วน 4.50% โดยข้อความระบุว่า ใช้เงินมาสร้างธุรกิจเอง ให้ผลตอบแทนดี ถึงจะเสี่ยงแต่คุ้ม, ทำธุรกิจออนไลน์ ไม่มีต้นทุนหน้าร้าน เก็บเงินได้, ผลตอบแทนสูง ถึงจะเสี่ยง อายุยังน้อยไม่เป็นไร เป็นต้น

ลงทุนในทองคำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 7-10% ต่อปี

ในขณะที่รายงานอัตราผลตอบแทนการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภท ของ BlackRock Inc บริษัทด้านการจัดการลงทุนข้ามชาติสัญชาติอเมริกัน และเป็นผู้จัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุด โดยมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการอยู่ที่ 15.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 520 ล้านล้านบาท คำนวณที่อัตราแลกเปลี่ยน 34 บาทต่อ 1 ดอลล่าร์สหรัฐ) ในปี 2569 ได้มีการจัดทำอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนของสินทรัพย์แต่ละประเภทที่เรียกว่า BlackRock Return Map ระหว่างปี 2560-2569 ระบุว่า

การลงทุนในทองคำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 7-10% ต่อปี ในขณะที่การลงทุนในเงินฝาก และ พันธบัตร ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 0.5-2% และ 2-5% ต่อปี ตามลำดับ ส่วนการลงทุนในกองทุนรวมโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2-12% ต่อปี ขึ้นกับประเภทของกองทุน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ย 4-7% ต่อปี ขึ้นอยู่กับประเภทและทำเลของอสังหาริมทรัพย์ ในขณะที่การลงทุนในประกันชีวิต ผลตอบแทนจะอยู่ที่ 1-2.5% ต่อปี  เพราะการลงทุนประกันชีวิตส่วนใหญ่จะเน้นที่ความคุ้มครองเป็นหลัก 

ในขณะที่การเลือกลงทุนของชาวเน็ตไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 จากผลการสำรวจของ เรียลวอทช์ แล๊ป สำหรับนักลงทุนชาวเน็ตไทย ให้ความสำคัญกับการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำถึงแม้ผลตอบแทนจะไม่สูงมาก สะท้อนให้เห็นถึง แนวทางการบริหารจัดการเงินที่เน้นความมั่นคงมากกว่าการบริหารจัดการทางการเงินที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูง โดยเน้นการออมในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง

5แนวทางเลือกการลงทุนของชาวเน็ตไทย