
InterGOLD ชี้แรงกดดันยุโรป-น้ำมันแพง หุ้น AI ร่วง หนุนทองคำลุ้น 4,200 ดอลลาร์
InterGOLD วิเคราะห์แรงกดดันจากปัญหาหนี้สินในยุโรป ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 110 ดอลลาร์ และแรงขายหุ้นชิป-AI สหรัฐฯ หนุนกระแสเงินทุนไหลเข้าทองคำ จับตาแนวรับ 4,100 ดอลลาร์ และแนวต้าน 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์
KEY
POINTS
- วิกฤตการณ์ทั่วโลก เช่น ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันพุ่งสูง และแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ เป็นปัจจัยหนุนให้เงินทุนไหลเข้าสู่ทองคำ
- InterGOLD ประเมินแนวรับสำคัญของราคาทองคำไว้ที่ 4,100 ดอลลาร์ และจับตาแนวต้านที่ระดับ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาทองคำในประเทศ และส่งผลดีต่อนักลงทุนไทย
InterGOLD ประเมินความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ เป็นปัจจัยหนุนกระแสเงินทุนไหลเข้าสู่ทองคำ พร้อมจับตาแนวรับ 4,100 ดอลลาร์ และแนวต้านสำคัญ 4,200 ดอลลาร์ ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาทองคำในประเทศ
โดยวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดทองคำว่า ความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงานและปัญหาหนี้สินในยุโรป ประกอบกับแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและชิปปัญญาประดิษฐ์ในสหรัฐฯ กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดการเงินโลก และทำให้เงินทุนบางส่วนหมุนเข้าสู่สินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำ โดยประเมินว่าระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นแนวรับสำคัญ ขณะที่ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นแนวต้านที่ต้องจับตา
น้ำมันพุ่งเกิน 110 ดอลลาร์ กดดันเงินเฟ้อโลก
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นทะลุ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ต้นทุนค่าระวางเรือและเบี้ยประกันภัยเพิ่มสูงขึ้น และเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและค่าครองชีพทั่วโลก
ขณะเดียวกัน ยุโรปเผชิญแรงกดดันจากปัญหางบประมาณและหนี้สิน โดยเฉพาะสถานการณ์ในฝรั่งเศสที่มีเหตุจลาจลและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้เพิ่มความไม่แน่นอนในตลาดการเงินและกระตุ้นให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์เพื่อกระจายความเสี่ยง
นอกจากนี้ ธนาคารกลางและกองทุนทั่วโลกยังเข้าซื้อทองคำเพื่อบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของระบบการเงินและสกุลเงิน
แรงขายหุ้นชิป-AI ดันเงินทุนหมุนเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย
ตลาดหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นชิปที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ในสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายต่อเนื่อง 8 วัน ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนปรับพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยงจากสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง
InterGOLD ระบุว่า กระแสเงินทุนที่ไหลออกจากหุ้นเทคโนโลยีเริ่มหมุนเข้าสู่ตลาดพันธบัตรและทองคำ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเงินโลก
จับตาแนวรับ 4,100 ดอลลาร์ ลุ้นผ่าน 4,200 ดอลลาร์
สำหรับทิศทางราคาทองคำ InterGOLD ประเมินว่า ระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นแนวรับสำคัญ โดยมองว่าราคามีโอกาสปรับตัวลงต่ำกว่าระดับดังกล่าวไม่มากนัก และเป็นระดับที่นักลงทุนสามารถติดตามเพื่อพิจารณากลยุทธ์สะสมทองคำ
ส่วนแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารถทะลุผ่านระดับนี้ได้ จะเป็นจุดที่ต้องติดตามทิศทางราคาและปรับกลยุทธ์การลงทุนตามสถานการณ์
สำหรับนักลงทุนไทย ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าเป็นอีกปัจจัยที่อาจช่วยพยุงราคาทองคำในประเทศ และส่งผลต่อผลตอบแทนจากการถือครองทองคำแท่ง
ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน สถานการณ์หนี้สินในยุโรป และทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ควบคู่กับแนวรับและแนวต้านของทองคำ เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน





