
กรุงศรีเผยกำไร 9 เดือน 2.56 หมื่นล้าน โต 3.9% สินเชื่อธุรกิจใหญ่หนุน
กรุงศรีกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 25,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% สินเชื่อธุรกิจใหญ่และอาเซียนหนุน NIM ขยับเป็น 4.58% NPL ลดเหลือ 3.19% พร้อมคาดเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 2.1%
KEY
POINTS
- กรุงศรีประกาศผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 25,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- การเติบโตของกำไรได้รับแรงหนุนหลักจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ขยายตัว 6.5% และสินเชื่อในภูมิภาคอาเซียนที่โต 7.7%
- คุณภาพสินเชื่อปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลงเหลือ 3.19% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เพิ่มขึ้นเป็น 4.58%
กรุงศรีเผยกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 25,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% รับแรงหนุนสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และอาเซียน รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโต ต้นทุนทางการเงินลดลง ดัน NIM เพิ่มเป็น 4.58% พร้อมคาดเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัว 2.1%
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือกรุงศรี รายงานผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 25,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 960 ล้านบาท หรือ 3.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสามารถในการสร้างผลกำไรท่ามกลางภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยมีแรงสนับสนุนจากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อในภูมิภาคอาเซียน การรับรู้ผลการดำเนินงานของพอร์ตสินเชื่อ TIDLOR ตลอดจนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
สินเชื่อธุรกิจใหญ่-อาเซียนโตต่อเนื่อง
ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 สินเชื่อรวมของกรุงศรีเพิ่มขึ้น 0.8% หรือ 15,382 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 มาอยู่ที่ประมาณ 1.94 ล้านล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่เติบโต 6.5% และสินเชื่อในภูมิภาคอาเซียนที่ขยายตัว 7.7% ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และสินเชื่อรายย่อยในประเทศยังหดตัว ส่งผลให้การเติบโตของสินเชื่อโดยรวมอยู่ในระดับจำกัด
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกิดจากการขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศโดยกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ สะท้อนกิจกรรมการลงทุนที่ยังเดินหน้าในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูง
ขณะที่สินเชื่อในอาเซียนขยายตัวต่อเนื่องจากความแข็งแกร่งของเครือข่ายธุรกิจที่ครอบคลุมหลายประเทศ
NIM ขยับขึ้นแตะ 4.58% รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่ม
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 4.58% จาก 4.28% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากพอร์ตสินเชื่อที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงขึ้น หลังรับรู้ผลการดำเนินงานของพอร์ตสินเชื่อ TIDLOR รวมถึงการบริหารสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินอย่างรอบคอบ
ด้านรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 3.7% หรือ 1,444 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งและการกระจายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงเหลือ 45.6% จาก 46.4% แสดงถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ประมาณ 1.71 ล้านล้านบาท ลดลง 1.7% หรือ 29,380 ล้านบาทจากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากเงินฝากประจำที่ลดลง แม้เงินฝากออมทรัพย์จะขยายตัวเข้ามาชดเชยบางส่วน ทั้งนี้ การบริหารโครงสร้างเงินฝากและเงินกู้ยืมเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางลดต้นทุนทางการเงินและรักษาความแข็งแกร่งของฐานเงินทุน
NPL ลดเหลือ 3.19% เงินสำรองครอบคลุม 143.1%
คุณภาพสินเชื่อของกรุงศรีปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ลดลงเหลือ 3.19% จาก 3.26% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ขณะที่ธนาคารมีการตั้งสำรองต่อสินเชื่อรวม 231 เบสิสพอยท์ และมีอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 143.1%
ด้านเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารอยู่ที่ 20.46% ลดลงจาก 20.69% ณ สิ้นปี 2568 แต่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 กรุงศรีมีสินทรัพย์รวม 2.62 ล้านล้านบาท และเงินกองทุน 339,510 ล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 16.23% ของสินทรัพย์เสี่ยง
คาดเศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 2.1%
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทย นายเคนอิจิคาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีแรงสนับสนุนจากการลงทุนภาคเอกชน การส่งออกที่ขยายตัวตามวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ผลกระทบจากอุทกภัย และกำลังซื้อของครัวเรือนที่ยังเปราะบาง อาจเป็นปัจจัยชะลอการฟื้นตัว กรุงศรีจึงประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัว 2.1% โดยการลงทุนและอุปสงค์จากต่างประเทศยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ







