
ทีทีบี ฟินทิปเตือน 'วงเงินบัตรเครดิต' ไม่ใช่ 'เงินสดในบัญชี'
ทีทีบี ฟินทิป เตือนวงเงินบัตรเครดิตไม่ใช่เงินสดในบัญชี แนะ 3 วิธีใช้บัตรเครดิตอย่างมีวินัย ใช้เท่าที่จำเป็น ไม่ใช้เต็มวงเงิน และมั่นใจว่าชำระคืนได้ตามกำหนด
KEY
POINTS
- วงเงินบัตรเครดิตคือเงินที่ธนาคารสำรองจ่ายให้ก่อน ซึ่งผู้ถือบัตรมีภาระต้องชำระคืนในอนาคต แตกต่างจากเงินสดในบัญชีที่เป็นเงินของตนเอง
- การมีวงเงินสูงอาจสร้างภาพลวงตาว่ามีกำลังซื้อมากเกินจริง ทำให้เสี่ยงต่อการใช้จ่ายเกินตัวและก่อให้เกิดภาระหนี้สินตามมา
- ก่อนใช้จ่ายผ่านบัตรทุกครั้ง ควรคำนึงถึงความสามารถในการชำระคืนเต็มจำนวนเมื่อถึงกำหนด ไม่ใช่มองเพียงวงเงินที่ยังคงเหลืออยู่
เวลาสมัครบัตรเครดิต ไม่ว่าจะเพื่อสะสมแต้ม รับ Cashback หรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ สิ่งแรกที่หลายคนมักสนใจหลังได้รับอนุมัติคือ “ได้วงเงินเท่าไหร่” เพราะวงเงินสูงทำให้รู้สึกว่ามีกำลังซื้อมากขึ้น สามารถซื้อสินค้ามูลค่าสูงได้ทันที แม้ในวันที่เงินในบัญชีอาจมีไม่มากนัก
แต่การมีวงเงินบัตรเครดิตสูงเท่ากับมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น อาจทำให้เผลอใช้จ่ายเกินความสามารถในการชำระคืน และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของภาระหนี้ในอนาคต
fintips by ttb ชวนทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง “วงเงินบัตรเครดิต” กับ “เงินสดในบัญชี” ซึ่งแม้จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถใช้จ่ายได้เหมือนกัน แต่มีลักษณะแตกต่างกันอย่างชัดเจน
วงเงินบัตรเครดิต คือวงเงินที่ธนาคารอนุมัติให้ โดยเมื่อมีการใช้จ่าย ซื้อสินค้าและบริการ ผ่อนชำระ หรือเบิกถอนเงินสด ธนาคารจะสำรองจ่ายให้ก่อนภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติ และผู้ถือบัตรต้องนำเงินมาชำระคืนเมื่อถึงกำหนด ดังนั้นการใช้บัตรเครดิตจึงเปรียบเสมือนการนำเงินในอนาคตมาใช้ก่อน
ขณะที่ เงินสดในบัญชี คือเงินที่มีอยู่จริงและสามารถนำไปใช้จ่ายได้ตามจำนวนที่มี เมื่อใช้ไปแล้วจะไม่มีภาระผูกพันกับธนาคารเหมือนการใช้บัตรเครดิต
วงเงินสูง อาจสร้าง “ภาพลวงตา” กำลังซื้อ
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลายคนเผลอใช้จ่ายเกินตัวมาจากความสะดวกของบัตรเครดิต เพราะการจ่ายเงินสดทำให้เห็นจำนวนเงินในมือหรือในบัญชีลดลงอย่างชัดเจน แต่การแตะบัตรหรือชำระผ่านแอปพลิเคชันใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที ทำให้ไม่รู้สึกถึงเงินที่ถูกใช้ไปในทันที
เมื่อได้รับวงเงินสูง
จึงอาจเกิดภาพว่าตัวเองมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น และตัดสินใจซื้อสินค้าราคาแพงหรือผ่อนชำระหลายรายการพร้อมกัน โดยไม่ได้คำนวณภาระที่ต้องจ่ายคืนในอนาคตอย่างรอบคอบ
แม้ในช่วงแรกยอดผ่อนรายเดือนของแต่ละรายการอาจดูไม่สูง แต่เมื่อรวมทั้งค่าผ่อนสินค้า ค่าใช้จ่ายประจำวัน และค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ก็อาจกลายเป็นภาระที่กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินได้
ดังนั้น ก่อนใช้บัตรเครดิตทุกครั้ง จึงไม่ควรมองเพียง “วงเงินคงเหลือ” แต่ควรถามตัวเองว่า เมื่อถึงวันชำระบิลแล้ว จะมีเงินสดเพียงพอสำหรับชำระคืนหรือไม่
แนะ 3 วิธีใช้บัตรเครดิต สร้าง Financial Well-being
fintips by ttb แนะนำ 3 แนวทางสำคัญในการใช้บัตรเครดิตอย่างเหมาะสม เพื่อให้บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยเพิ่มความสะดวกและสิทธิประโยชน์ โดยไม่กลายเป็นภาระในอนาคต
- ใช้บัตรเครดิตเท่าที่จำเป็น ก่อนซื้อสินค้าหรือบริการควรพิจารณาว่าเป็นความต้องการหรือความจำเป็น รวมถึงดูความคุ้มค่าจากการใช้บัตร เช่น ส่วนลด โปรโมชั่น หรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ ว่าช่วยให้ได้รับประโยชน์มากกว่าการจ่ายเงินสดหรือไม่
- ไม่จำเป็นต้องใช้เต็มวงเงิน การมีบัตรเครดิตไม่ได้หมายความว่าต้องใช้วงเงินจนเต็ม แม้จะยังมีวงเงินเหลือก็ตาม ควรบริหารการใช้จ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และสำรองวงเงินบางส่วนไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน
- ต้องมั่นใจว่าชำระคืนได้ในอนาคต ทุกครั้งที่ใช้หรือผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต ควรประเมินว่าถึงวันครบกำหนดจะมีเงินสดเพียงพอสำหรับชำระค่าบัตรหรือไม่ หากสามารถชำระเงินได้ทุกงวด ก็สามารถใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตได้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย
ท้ายที่สุด บัตรเครดิตเป็นเพียงเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้จ่ายและเปิดโอกาสให้ได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การวางแผนและมีวินัยทางการเงิน ใช้วงเงินในระดับที่สามารถชำระคืนได้
fintips by ttb จึงเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญของการมีบัตรเครดิตไม่ใช่การได้รับวงเงินสูงหรือมีบัตรกี่ใบ แต่คือความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและเงินที่มีอยู่ให้สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,241 วันที่ 4 - 7 ตุลาคม พ.ศ. 2569







