thansettakij
thansettakij
เปิดรายงาน กนง.ห่วงเศรษฐกิจไทย 'โตต่ำ-ไม่ทั่วถึง' AI หนุนได้แค่ 1-2 ปี

เปิดรายงาน กนง.ห่วงเศรษฐกิจไทย 'โตต่ำ-ไม่ทั่วถึง' AI หนุนได้แค่ 1-2 ปี

09 ก.ย. 69 | 08:48 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.ย. 69 | 08:48 น.

กนง.ชี้เศรษฐกิจไทยยังโตต่ำและไม่ทั่วถึง แม้ AI หนุนส่งออก-ลงทุนอีก 1-2 ปี ห่วงกำลังซื้อ หนี้ครัวเรือน และ SMEs พร้อมคงดอกเบี้ยนโยบาย 1% รักษา Policy Space

KEY

POINTS

  • กนง. แสดงความกังวลต่อเศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวในระดับต่ำและไม่ทั่วถึง
  • แม้ได้แรงหนุนจากเทคโนโลยี AI ในภาคส่งออกและการลงทุน แต่ผลประโยชน์ยังกระจุกตัวและสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศได้น้อย
  • คาดว่าแรงส่งจาก AI จะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจได้อีกเพียง 1-2 ปี และผลดีอาจอยู่ในวงจำกัด
  • ปัจจัยเสี่ยงสำคัญอื่น ๆ คือกำลังซื้อภาคครัวเรือนที่เปราะบางจากปัญหาหนี้สินและค่าครองชีพสูง

กนง.ประเมินเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวใกล้เคียงคาด ได้แรงหนุนจากวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI ดันส่งออก-ลงทุนเอกชน แต่เตือนผลบวกยังกระจุกตัวและอาจอยู่ได้เพียง 1-2 ปี ขณะที่ Data Center สร้างมูลค่าเพิ่มและจ้างงานต่ำกว่าการลงทุนในอดีต พร้อมจับตาหนี้ครัวเรือน-กำลังซื้อ-สินเชื่อ SMEs ด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มต่ำกว่าคาด ก่อนมีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบาย 1%

AI หนุนเศรษฐกิจ แต่โตกระจุกตัว

รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ครั้งที่ 4/2569 วันที่ 21 และ 26 สิงหาคม 2569 ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยเผยแพร่วันที่ 9 กันยายน 2569 ระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ โดยมีแรงส่งต่อเนื่องจากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยให้การส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวดีกว่าที่คาด แม้การบริโภคภาคเอกชนจะชะลอลงจากความระมัดระวังของครัวเรือนท่ามกลางค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม กนง. มองว่า เศรษฐกิจไทยโดยรวมยังอยู่ในภาวะ “ขยายตัวต่ำและไม่ทั่วถึง” เนื่องจากการส่งออกที่เติบโตสูงยังกระจุกตัวในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับวัฏจักร AI และมีการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศสูง ขณะที่การส่งออกสินค้าอื่นยังขยายตัวต่ำจากความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง

ด้านการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีและ Data Center แต่ผลต่อการจ้างงานและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจยังต่ำกว่าการลงทุนในอดีต เนื่องจากใช้แรงงานน้อยและพึ่งพาการนำเข้าสูง ขณะที่ SMEs ยังคงเผชิญทั้งปัญหาการปรับตัวและการแข่งขันที่รุนแรง

AI ยังเป็นแรงส่ง 1-2 ปี แต่ไทยต้องเร่งเพิ่มผลิตภาพ

กนง. ประเมินว่า วัฏจักรเทคโนโลยีและ AI จะยังสนับสนุนการส่งออกและการลงทุนที่เกี่ยวข้องในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า แต่ผลดีต่อเศรษฐกิจไทยอาจยังอยู่ในวงจำกัด โดยขึ้นอยู่กับความสามารถของภาคธุรกิจในการปรับตัวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ

กนง. ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันวัฏจักรเทคโนโลยียังอยู่ในช่วงการลงทุนวางโครงสร้างพื้นฐาน หรือ AI infrastructure build-out สะท้อนจากแผนลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำและโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI ซึ่งจะช่วยหนุนการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนได้อีกระยะ ก่อนที่วัฏจักรจะเปลี่ยนเข้าสู่ช่วง AI adoption ซึ่งต้องติดตามว่าไทยจะได้รับประโยชน์จากการนำเทคโนโลยีไปใช้ในภาคส่วนอื่นมากน้อยเพียงใด

ห่วงกำลังซื้อ ครัวเรือนเปราะบาง

อีกประเด็นที่ กนง. แสดงความกังวล คือ การบริโภคภาคเอกชนที่ถูกกดดันจากค่าครองชีพสูง รายได้ที่ฟื้นตัวช้า และฐานะทางการเงินของครัวเรือนที่เปราะบางจากปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาเผชิญแรงกระแทกบ่อยครั้ง ส่งผลให้ฐานะทางการเงินของทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือนปรับแย่ลง

นอกจากนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่กระจุกตัวทำให้รายได้ของครัวเรือนส่วนใหญ่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นมาก จึงต้องติดตามกำลังซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ต่ำ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง

เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด แต่เสี่ยงน้ำมันพุ่ง

สำหรับเงินเฟ้อ กนง. ประเมินว่า มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นชั่วคราวจากปัจจัยด้านอุปทาน แต่ระดับดังกล่าวต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิม เนื่องจากราคาพลังงานในประเทศลดลงตามราคาน้ำมันดิบโลกและมาตรการดูแลราคาพลังงาน รวมถึงการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการที่ต่ำกว่าคาด

อย่างไรก็ดี ช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 เงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงจากราคาน้ำมันในประเทศและผลของเอลนีโญที่อาจกระทบราคาอาหารสด ก่อนจะกลับเข้าสู่ระดับต่ำจากผลของฐานและแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่จำกัด ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มลดลงตามอุปสงค์ในประเทศที่ยังอ่อนแอและแรงกดดันด้านต้นทุนที่ลดลง

กนง. ยังเตือนว่า สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางมีความไม่แน่นอนสูง และอาจทำให้ราคาน้ำมันโลกกลับมาปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะหากเส้นทางขนส่งพลังงานจากตะวันออกกลางได้รับผลกระทบเป็นเวลานาน ขณะที่ปริมาณน้ำมันสำรองโลกอยู่ในระดับต่ำ หลังหลายประเทศระบายน้ำมันคงคลังเพื่อชดเชยอุปทานที่ขาดหายไป

สินเชื่อใหญ่โตสวนทาง SMEs หดตัว

ด้านภาวะการเงิน สินเชื่อรวมขยายตัวจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เป็นสำคัญ สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุนระลอกใหม่ แต่ส่วนใหญ่เป็นความต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเสริมสภาพคล่อง รองรับต้นทุนที่สูงขึ้น และการเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศ

ขณะที่สินเชื่อ SMEs หดตัวต่อเนื่องในเกือบทุกสาขาธุรกิจ เนื่องจากสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้ลูกหนี้กลุ่มเสี่ยง กนง. จึงเห็นว่าภาคการเงินควรมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการเสริมสภาพคล่องให้ SMEs ที่มีศักยภาพ ผ่านมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดและสินเชื่อที่มีต้นทุนเหมาะสม เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวและดำเนินธุรกิจต่อไปได้

กนง.คงดอกเบี้ย 1% รักษา Policy Space

ในส่วนการดำเนินนโยบายการเงิน กนง. เห็นว่า นโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนคลายเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ ควบคู่กับนโยบายการคลังและมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด แต่ระยะข้างหน้าควรให้น้ำหนักกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การยกระดับผลิตภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจมากขึ้น

กนง. ยังมองว่า แม้อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันยังไม่ใช่ระดับต่ำสุด แต่การผ่อนคลายเพิ่มเติมในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤตอาจให้ประโยชน์ไม่มาก เมื่อเทียบกับผลข้างเคียงจากการคงดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน ทั้งความเสี่ยงสะสมในระบบการเงินและการจัดสรรทรัพยากรที่ไม่มีประสิทธิภาพ

ดังนั้น การรักษา “Policy Space” จึงยังมีความสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจเผชิญความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า ความเสี่ยงจากการปรับมุมมองต่อมูลค่าของเทคโนโลยีและ AI รวมถึงความเสี่ยงด้านการคลังของหลายประเทศ

ท้ายที่สุด กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี โดยเห็นว่าระดับดังกล่าวยังเหมาะสมต่อการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ต้องติดตามพัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันทางการค้า และความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อในระยะต่อไป