thansettakij
thansettakij
เงินบาทวันนี้ 5 ส.ค.69 เงินบาทแข็งค่าหลุด 33.30 รับข่าวตะวันออกกลางคลี่คลาย

ค่าเงินบาทวันนี้ 5 ส.ค.69 เงินบาทแข็งหลุด 33.30 รับข่าวตะวันออกกลางคลี่คลาย

05 ส.ค. 69 | 07:16 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ส.ค. 69 | 07:16 น.

เงินบาทแข็งค่าแตะ 33.24 บาทต่อดอลลาร์ รับราคาน้ำมันร่วงและดอลลาร์อ่อนค่า หลังตลาดคาดเฟดยังไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย จับตาเงินเฟ้อไทย ข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ และสถานการณ์ตะวันออกกลาง

KEY

POINTS

  • เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าหลุดระดับ 33.30 มาอยู่ที่ 33.24 บาทต่อดอลลาร์
  • ปัจจัยหลักมาจากการคลี่คลายของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านคืบหน้า ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกร่วงลงแรงกว่า 5%
  • เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับลดลงและข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์
  • นักวิเคราะห์มองกรอบการเคลื่อนไหวที่ 33.10-33.40 บาทต่อดอลลาร์ โดยต้องจับตาตัวเลขเงินเฟ้อไทยและตลาดแรงงานสหรัฐฯ

เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่ามาอยู่ที่ 33.24 บาทต่อดอลลาร์ รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันโลกดิ่งกว่า 5% หลังความหวังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านคืบหน้า ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าตามบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับลดลง นักวิเคราะห์มองกรอบเคลื่อนไหว 33.10-33.40 บาทต่อดอลลาร์ พร้อมจับตาเงินเฟ้อไทยและตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ เป็นปัจจัยชี้นำทิศทางค่าเงินระยะถัดไป

 

บาทแข็งค่ารับราคาน้ำมันร่วง-ดอลลาร์อ่อน

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า เงินบาทเปิดการซื้อขายเช้าวันนี้แข็งค่าขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 33.24-33.26 บาทต่อดอลลาร์ จากระดับปิดตลาดก่อนหน้าที่ 33.41 บาทต่อดอลลาร์ สอดคล้องกับการแข็งค่าของสกุลเงินในภูมิภาค โดยเฉพาะเงินเยนญี่ปุ่น หลังตลาดคลายความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

ปัจจัยสำคัญที่หนุนเงินบาทมาจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบทั้ง Brent และ WTI มากกว่า 5% หลังมีสัญญาณเชิงบวกว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังเดินหน้าต่อเนื่อง อีกทั้งรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายอาจบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซและเสรีภาพในการเดินเรือเชิงพาณิชย์ภายในช่วงกลางสัปดาห์

นอกจากนี้ ราคาทองคำโลกที่ปรับตัวขึ้นยังช่วยหนุนเงินบาท ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าตามการปรับลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยบอนด์ยีลด์อายุ 2 ปี ลดลงสู่ 4.20% และบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี ลดลงสู่ 4.63% หลังตลาดประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจยังไม่จำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อ่อนแอ กดดันดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เงินบาทเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down ทดสอบแนวรับบริเวณ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ หลังเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงจากความหวังต่อการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

ตลาดผิดหวังกับตัวเลขตำแหน่งงานเปิดรับ (JOLTS Job Openings) เดือนมิถุนายนที่ลดลงเหลือ 7.359 ล้านตำแหน่ง ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อภาคโรงงาน (Factory Orders) หดตัว 0.3% ซึ่งส่งผลให้ตลาดลดการคาดการณ์โอกาสที่ FED จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ แม้ว่ายังประเมินว่ามีโอกาสราว 27% ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง

การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ยังช่วยผลักดันราคาทองคำให้กลับขึ้นทดสอบระดับ 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้แรงซื้อจะยังถูกจำกัดจากบรรยากาศการลงทุนที่เปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น

หุ้นโลกบวกแรง รับความหวังหยุดยิง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ หลังผลประกอบการของหลายบริษัทออกมาดีกว่าคาด ประกอบกับความหวังว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะคลี่คลาย

ดัชนี Dow Jones ปรับเพิ่ม 1.71% ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.79% และ Nasdaq Composite พุ่ง 2.59%

ด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX 600 ปรับขึ้น 0.73% จากความคาดหวังต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงผลประกอบการภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง แม้ว่าหุ้นกลุ่มพลังงานจะเผชิญแรงขายตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง

จับตาเงินเฟ้อไทย-ADP สหรัฐฯ กำหนดทิศทางเงินบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ Krungthai GLOBAL MARKETS มองกรอบกว้างขึ้นที่  33.10-33.40 บาทต่อดอลลาร์

ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตา ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) เดือนกรกฎาคมของไทย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ 2.60% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานอาจอยู่ที่ 1.41% รวมถึงดัชนี PMI ภาคบริการของหลายประเทศ

ส่วนฝั่งสหรัฐฯ นักลงทุนรอติดตามตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน ADP ดัชนี ISM ภาคบริการ และรายงานสต็อกน้ำมันดิบของ EIA ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญก่อนการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ในช่วงปลายสัปดาห์

นักวิเคราะห์เตือนเงินบาทยังเผชิญ Two-way Risk

แม้เงินบาทจะกลับมาแข็งค่าทดสอบแนวรับบริเวณ 33.20 บาทต่อดอลลาร์ แต่นักวิเคราะห์ยังมองว่า แนวโน้มระยะสั้นยังมีความผันผวนสูง หรืออยู่ในภาวะ Two-way Risk เนื่องจากตลาดยังต้องติดตามทั้งพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจเปลี่ยนมุมมองต่อนโยบายดอกเบี้ยของ FED ได้ทุกเมื่อ

Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า หากตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด เงินดอลลาร์มีโอกาสกลับมาแข็งค่าและกดดันเงินบาทให้อ่อนค่ากลับไปทดสอบแนวต้านบริเวณ  33.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่แนวรับสำคัญยังอยู่ที่ระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์  ซึ่งหากเงินบาทแข็งค่าทะลุระดับดังกล่าวได้อย่างชัดเจน จึงจะถือเป็นสัญญาณกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าในระยะกลางอย่างเต็มตัว

ในระยะสั้น นักลงทุนยังควรติดตามความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด เพราะหากสถานการณ์พลิกกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ราคาน้ำมันอาจดีดตัวขึ้นและกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อทิศทางเงินบาทและตลาดการเงินโลกในทันที