
ค่าเงินบาทวันนี้ 4 ส.ค.69 เงินบาทอ่อนแตะ 33.41 บาทต่อดอลลาร์ รับดอลลาร์แข็ง
เงินบาทเปิดอ่อนค่าที่ 33.39-33.41 บาทต่อดอลลาร์ หลังดอลลาร์แข็งจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีกว่าคาด จับตา JOLTS รายงาน BOJ ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ และสถานการณ์ตะวันออกกลาง กรอบวันนี้ 33.30-33.50 บาทต่อดอลลาร์
KEY
POINTS
- เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าลงมาเคลื่อนไหวในกรอบ 33.39-33.41 บาทต่อดอลลาร์
- สาเหตุหลักมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์
- ปัจจัยกดดันเพิ่มเติมต่อค่าเงินบาท ได้แก่ ราคาทองคำที่ปรับตัวลดลง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
- นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเงินบาทจะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยต้องจับตาข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐและกระแสเงินทุนต่างชาติ
เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่ามาเคลื่อนไหวบริเวณ 33.39-33.41 บาทต่อดอลลาร์ ตามแรงหนุนของเงินดอลลาร์จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง ขณะที่ราคาทองคำย่อตัวและความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยกดดันตลาด นักวิเคราะห์มองเงินบาทยังแกว่งตัวในกรอบ Sideways พร้อมจับตาข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐ การประชุม BOJ และฟันด์โฟลว์ต่างชาติ
เงินบาทอ่อนค่าตามดอลลาร์แข็ง รับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐดีกว่าคาด
เงินบาทเปิดการซื้อขายเช้าวันนี้ (เวลา 08.40 น.) เคลื่อนไหวบริเวณ 33.39-33.41 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดวันก่อนที่ 33.35-33.36 บาทต่อดอลลาร์ โดยแรงกดดันหลักมาจากการกลับมาแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่ราคาทองคำในตลาดโลกปรับฐานลง ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าตามทิศทางสินทรัพย์เสี่ยง
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ระบุว่า เงินบาทอ่อนค่ากลับมาเล็กน้อยตามการย่อตัวของราคาทองคำโลก ขณะเดียวกันเงินดอลลาร์ฟื้นตัวได้จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะ ดัชนี ISM ภาคการผลิตเดือนกรกฎาคมที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 55.6 จุด สูงสุดในรอบ 4 ปี และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 54.0 จุด
อีกปัจจัยที่ตลาดติดตามคือราคาน้ำมันดิบ WTI ที่กลับมายืนเหนือระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังอิหร่านระบุว่ายังไม่มีการเจรจากับสหรัฐฯ ทำให้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่คลี่คลาย
Krungthai GLOBAL MARKETS ชี้เงินบาทแกว่ง Sideways จับตาเฟด-ข้อมูลแรงงานสหรัฐ
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.41 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเพียงเล็กน้อยจากวันก่อน โดยตลอดคืนที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.32-33.44 บาทต่อดอลลาร์
แรงหนุนสำคัญของเงินดอลลาร์มาจากภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) ในตลาดการเงินสหรัฐ ซึ่งทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์สหรัฐ ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ทั้งดัชนี ISM และตัวเลขคาดการณ์ GDPNow ของ Atlanta Fed ที่ชี้ว่าเศรษฐกิจไตรมาส 3 อาจขยายตัวสูงถึง 6.2% ส่งผลให้ตลาดยังเชื่อว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกในปีนี้ โดยความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งอยู่ราว 40%
อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทถูกจำกัดบางส่วนจากการฟื้นตัวของราคาทองคำ และการปรับลดลงของราคาน้ำมันจากความหวังต่อการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
หุ้นสหรัฐพุ่งรับหุ้นเทคฯ บอนด์ยีลด์ทรงตัว
ตลาดหุ้นสหรัฐยังอยู่ในภาวะ Risk-On โดยหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น หลังผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด ส่งผลให้ดัชนี Dow Jones เพิ่มขึ้น 1.32% ขณะที่ S&P 500 ปรับขึ้น 1.48% และ Nasdaq พุ่ง 2.13%
ด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับขึ้น 0.45% จากความหวังว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะผ่อนคลาย แม้หุ้นกลุ่มพลังงานและเฮลธ์แคร์จะเผชิญแรงขายก็ตาม
ส่วนตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เคลื่อนไหวบริเวณ 4.68% โดยแม้ข้อมูลเศรษฐกิจจะหนุนคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด แต่ความหวังต่อการเจรจาหยุดยิงและราคาพลังงานที่ลดลงช่วยจำกัดการปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์
จับตา JOLTS สหรัฐ-รายงาน BOJ กำหนดทิศทางค่าเงิน
นักลงทุนยังรอติดตามตัวเลขสำคัญหลายรายการในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยเฉพาะ
- ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน (JOLTS Job Openings) และอัตราการลาออกโดยสมัครใจ (Quits Rate) ของสหรัฐ
- รายงานการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
- ตัวเลขการเติบโตของค่าจ้างญี่ปุ่น
- พัฒนาการสถานการณ์ตะวันออกกลาง
- กระแสเงินทุนต่างชาติและการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน
ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก และส่งผลโดยตรงต่อค่าเงินบาทในระยะสั้น
มองเงินบาทยังเสี่ยงผันผวนแบบ Two-way Risk
Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง (Two-way Risk) เนื่องจากตลาดยังรอความชัดเจนของนโยบายเฟด รวมถึงพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ในระยะสั้น เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวแบบ Sideways โดยมีแนวต้านบริเวณ 33.50-33.60 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปที่ 33.75-33.80 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ และหากแข็งค่าหลุดระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน จึงจะเป็นสัญญาณกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าในระยะกลาง
ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 33.35-33.50 บาทต่อดอลลาร์ ส่วน Krungthai GLOBAL MARKETS มองกรอบในช่วง 24 ชั่วโมงที่ 33.30-33.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยยังต้องติดตามฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ และทิศทางค่าเงินเยนอย่างใกล้ชิด







