
Krungthai GLOBAL MARKETS ถอดรหัสสหรัฐฯ จับมือญี่ปุ่นแทรกแซงเยน
Krungthai GLOBAL MARKETS วิเคราะห์เหตุผลสหรัฐฯ ร่วมญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินเยน ชี้ช่วยลดความผันผวนตลาดการเงินโลกและบอนด์สหรัฐฯ แต่ผลอาจจำกัดระยะสั้น เตือนเงินบาทผันผวนตามเยน
KEY
POINTS
- สหรัฐฯ ร่วมมือกับญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินเยนด้วย 3 เป้าหมายหลัก คือ สร้างความน่าเชื่อถือให้มาตรการ, ลดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพตลาดการเงินโลก และเปิดทางให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- สหรัฐฯ ช่วยลดผลกระทบต่อตลาดพันธบัตร โดยให้ญี่ปุ่นใช้กลไก FIMA Repo Facility เพื่อกู้เงินดอลลาร์มาใช้แทรกแซงได้ โดยไม่จำเป็นต้องเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ถือครองอยู่
- การแทรกแซงคาดว่าจะส่งผลชะลอการอ่อนค่าของเงินเยนได้เพียงระยะสั้น และค่าเงินอาจกลับมาอ่อนอีกครั้ง หากทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ไม่เปลี่ยนแปลง
- ค่าเงินบาทมีแนวโน้มผันผวนตามการเคลื่อนไหวของเงินเยน และต้องจับตาความเสี่ยงจากการปิดสถานะทำกำไรในเงินเยน (JPY Carry Trade Unwind)
Krungthai GLOBAL MARKETS วิเคราะห์เบื้องหลังสหรัฐฯ ร่วมมือญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงค่าเงินเยน มีเป้าหมายสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรการ ลดความเสี่ยงตลาดการเงินโลก และเปิดทางให้ BOJ ดำเนินนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมเตือนเงินเยนอาจกลับมาอ่อนค่า หากทิศทางดอกเบี้ยเฟดไม่เปลี่ยน ขณะที่เงินบาทมีแนวโน้มผันผวนตามการเคลื่อนไหวของเงินเยน และต้องจับตาความเสี่ยงการเกิด JPY Carry Trade Unwind แม้โอกาสเกิดเหตุการณ์รุนแรงแบบปี 2567 ยังอยู่ในระดับต่ำ
ชี้ 3 เหตุผล สหรัฐฯ ร่วมญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินเยน
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า การที่ทางการสหรัฐฯ ตัดสินใจร่วมมือกับทางการญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ทั้งการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับมาตรการแทรกแซง การลดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพตลาดการเงินโลก และการสนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
เรามองว่า หากญี่ปุ่นดำเนินมาตรการเพียงฝ่ายเดียว ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจโลกยังไม่เปลี่ยนแปลง การแทรกแซงมักช่วยเพียงชะลอการอ่อนค่าของเงินเยนในระยะสั้น แต่ไม่สามารถพลิกแนวโน้มค่าเงินให้กลับมาแข็งค่าได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น การที่สหรัฐฯ เข้าร่วมจึงช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้ตลาดต่อมาตรการดังกล่าวมากขึ้น
ลดความเสี่ยงตลาดการเงินโลก-บอนด์สหรัฐฯ
Krungthai GLOBAL MARKETS ระบุว่า อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ คือ การลดความเสี่ยงต่อระบบการเงินโลก ซึ่งอยู่ภายใต้แรงกดดันจากความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
หากสหรัฐฯ ไม่เข้าร่วมแทรกแซง อาจทำให้นักลงทุนเพิ่มสถานะ Short JPY และทำธุรกรรม Japanese Yen Carry Trade มากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดการปิดสถานะ (Unwind) อย่างรุนแรง หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ตลาดเปลี่ยนมุมมองอย่างฉับพลัน คล้ายเหตุการณ์ในปี 2567
นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินเยนอย่างต่อเนื่อง อาจบีบให้ญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รายใหญ่ ต้องทยอยขายพันธบัตรเพื่อนำเงินมาใช้แทรกแซงค่าเงิน ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดตราสารหนี้สหรัฐฯ ที่กำลังเผชิญภาวะอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้น
ใช้ FIMA Repo ลดแรงกดดันขายพันธบัตร
นายพูนกล่าวต่อว่า Krungthai GLOBAL MARKETS ยังมองว่า สหรัฐฯ พยายามจำกัดผลกระทบต่อตลาดการเงินผ่านการดำเนินธุรกรรมในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่กดดันค่าเงินดอลลาร์มากนัก และยังเตรียมสนับสนุนสภาพคล่องให้ญี่ปุ่นผ่านการขยายวงเงิน Foreign and International Monetary Authorities (FIMA) Repo Facility
มาตรการดังกล่าวเปิดทางให้ญี่ปุ่นสามารถใช้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ถือครองอยู่เป็นหลักประกันในการกู้เงินดอลลาร์ระยะสั้น เพื่อนำมาใช้แทรกแซงค่าเงินได้ โดยไม่จำเป็นต้องขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ออกสู่ตลาด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของตลาดบอนด์สหรัฐฯ
เปิดทาง BOJ ค่อย ๆ ปรับขึ้นดอกเบี้ย
อีกหนึ่งเป้าหมายของความร่วมมือระหว่างสองประเทศ คือ การลดแรงกดดันต่อธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เพื่อให้สามารถดำเนินนโยบายการเงินแบบค่อยเป็นค่อยไป (Policy Normalization) โดยไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียงเพื่อพยุงค่าเงินเยน
พร้อมกันนี้ ยังสะท้อนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งอาจต่อยอดไปสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในด้านอื่น ๆ ในอนาคต
มองผลแทรกแซงจำกัดระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า การแทรกแซงร่วมกันของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นน่าจะช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินเยนได้เพียงระยะสั้น และเงินเยนยังมีโอกาสกลับมาอ่อนค่าอีก หากปัจจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะแนวโน้มนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
โดยกรณีฐาน (Base Case) ยังคงมองว่า Fed มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หากสถานการณ์เงินเฟ้อและความตึงเครียดในตะวันออกกลางไม่รุนแรงกว่าที่คาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางค่าเงินเยนในระยะต่อไป
เตือนเงินบาทผันผวนตามเงินเยน
นายพูนกล่าวว่า ค่าเงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนมากขึ้นตามทิศทางของเงินเยน และยังต้องติดตามความเสี่ยงของการเกิด JPY Carry Trade Unwind อย่างใกล้ชิด
แม้ปัจจุบัน Krungthai GLOBAL MARKETS จะประเมินว่า โอกาสเกิดการปิดสถานะครั้งใหญ่เหมือนในปี 2567 ซึ่งเคยทำให้เงินบาทแข็งค่าจากระดับเหนือ 36 บาทต่อดอลลาร์ มาอยู่บริเวณ 32.25 บาทต่อดอลลาร์ ยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่ส่งสัญญาณเข้าสู่ภาวะถดถอย และข้อมูลตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม หากเกิดภาวะที่นักลงทุนทั่วโลกปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ไม่ว่าจะจากแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor หรือความกังวลต่อเศรษฐกิจประเทศขนาดใหญ่ ก็อาจเร่งให้เกิดการลดสถานะ Short JPY และทยอยปิดธุรกรรม Carry Trade ได้ แม้คาดว่าความรุนแรงจะยังไม่เทียบเท่าเหตุการณ์ในปี 2567 ก็ตาม







