
ค่าเงินบาทวันนี้ 27 ก.ค.69 เงินบาทแข็งค่าสุดรอบกว่า 1 สัปดาห์ แตะ 33.51 บาท
เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ แตะ 33.51 บาทต่อดอลลาร์ รับข่าวตะวันออกกลางคลี่คลาย ราคาน้ำมันลด ทองคำฟื้น จับตาผลประชุม FED, BOJ และ BOE กำหนดทิศทางค่าเงินและตลาดโลก
KEY
POINTS
- เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 33.51 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่แข็งค่าที่สุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์
- ปัจจัยหลักที่หนุนให้เงินบาทแข็งค่ามาจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลดลง และราคาทองคำที่ฟื้นตัวสูงขึ้น
- ราคาน้ำมันที่ลดลงเป็นผลมาจากสัญญาณการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์
- อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทยังคงเผชิญความผันผวนสูง โดยต้องจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสำคัญ (FED, BOE, BOJ) และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
เงินบาทเปิดสัปดาห์แข็งค่าขึ้นแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ที่ 33.514 บาทต่อดอลลาร์ รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันโลกปรับตัวลงหลังสหรัฐฯ และอิหร่านส่งสัญญาณกลับมาเจรจาหยุดยิง ขณะที่ราคาทองคำฟื้นตัวเหนือ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านนักวิเคราะห์ประเมินค่าเงินบาทยังเผชิญความผันผวนสูง จับตาผลประชุม FED, BOE และ BOJ รวมถึงสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
เงินบาทแข็งค่ารับแรงหนุนราคาน้ำมันลด-ทองคำฟื้น
ค่าเงินบาทเช้าวันนี้แข็งค่าขึ้นแตะระดับ 33.514 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ ก่อนเคลื่อนไหวบริเวณ 33.54-33.56 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดตลาดวันก่อนหน้าที่ 33.68 บาทต่อดอลลาร์
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า การแข็งค่าของเงินบาทเป็นไปในทิศทางเดียวกับหลายสกุลเงินในเอเชีย หลังราคาน้ำมันโลกปรับลดลงจากกระแสข่าวว่าสหรัฐฯ และอิหร่านมีแนวโน้มกลับเข้าสู่การเจรจาหยุดยิง และอิหร่านส่งสัญญาณชะลอการตอบโต้ทางทหารชั่วคราว
ปัจจัยดังกล่าวช่วยลดแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้นักลงทุนกลับมารับความเสี่ยงมากขึ้น ขณะเดียวกันราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับขึ้นกลับมายืนเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังเป็นอีกแรงหนุนสำคัญที่ช่วยให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น
นอกจากนี้ ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ยังได้ปรับความชันของกรอบอัตราแลกเปลี่ยน (NEER Policy Band) สะท้อนการดำเนินนโยบายการเงินที่ยังคงเข้มงวดต่อเนื่อง ส่งผลให้เงินดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
กรุงไทยมองบาทมีโอกาสแข็งค่า แต่ยังเผชิญ Two-Way Risk
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.59 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนที่ 33.69 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลอดช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาททยอยแข็งค่าเข้าใกล้ระดับ 33.50 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยหลักมาจากข่าวการเตรียมเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลง ขณะที่ราคาทองคำฟื้นตัวกลับขึ้นเหนือระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังตลาดลดความคาดหวังต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED)
อย่างไรก็ตาม มองว่าค่าเงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk หรือมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ทั้งแข็งค่าและอ่อนค่า ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง รวมถึงท่าทีของธนาคารกลางหลักทั่วโลก โดยเฉพาะ FED
หาก FED ส่งสัญญาณผ่อนคลายมากกว่าที่ตลาดคาด เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าต่อได้ แต่หากกลับมาใช้นโยบายการเงินเข้มงวดกว่าคาด เงินบาทก็อาจอ่อนค่าลงได้เช่นกัน
จับตาสัปดาห์แห่งการประชุมธนาคารกลางโลก
สัปดาห์นี้ นักลงทุนทั่วโลกให้น้ำหนักกับการประชุมของธนาคารกลางสำคัญ ได้แก่ FED ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
นักวิเคราะห์คาดว่า
- FED มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% แต่ตลาดจะจับตาถ้อยแถลงของประธาน FED เพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยในระยะถัดไป
- BOE คาดว่าจะคงดอกเบี้ยที่ 3.75% แม้อาจมีกรรมการบางส่วนเห็นควรขึ้นดอกเบี้ยจากแรงกดดันด้านราคาพลังงาน
- BOJ มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยที่ 1.00% แต่ยังส่งสัญญาณเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยได้อีกในช่วงปลายปี หากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง
ขณะเดียวกัน ตลาดยังรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ทั้งตัวเลข GDP ไตรมาส 2 อัตราเงินเฟ้อ PCE ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ความเชื่อมั่นผู้บริโภค รวมถึงผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจสร้างความผันผวนต่อตลาดการเงินโลก
ไทยจับตา MPI ส่วนเงินบาทมีแนวโน้มแกว่ง Sideways Down
สำหรับปัจจัยในประเทศ นักลงทุนติดตามการประกาศดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) และอัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนมิถุนายน เพื่อประเมินทิศทางภาคอุตสาหกรรมไทย
Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า หากสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่กลับมารุนแรง และผลการประชุมธนาคารกลางต่าง ๆ เป็นไปตามคาด ค่าเงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่าในลักษณะ Sideways Down
โดยประเมินกรอบแนวต้านที่ 33.85-34.00 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่แนวรับแรกอยู่บริเวณ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ และหากผ่านลงมาได้มีโอกาสเห็นระดับ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์
อย่างไรก็ดี ความผันผวนของตลาดการเงินยังอยู่ในระดับสูง ทั้งจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก และผลประกอบการของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางเงินดอลลาร์ ราคาทองคำ และค่าเงินบาทในระยะสั้น
กรอบเงินบาทวันนี้และสัปดาห์นี้
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 33.50-33.70 บาทต่อดอลลาร์
- Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า ค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีกรอบการเคลื่อนไหวที่ 33.20-34.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยยังต้องติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย ผลการประชุมธนาคารกลางหลัก และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด







