
สหรัฐฯ จับตานโยบายค่าเงินไทย แม้สถานะดีขึ้น แต่ยังอยู่บัญชีเฝ้าระวัง
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังจัดไทยอยู่ใน Monitoring List ตามรายงาน FX Report เดือนก.ค.69 แต่สถานะดีขึ้น เหลือติดเพียง 1 ใน 3 เกณฑ์ กสิกรไทยชี้ไทย มีโอกาสหลุดบัญชีเฝ้าระวังรอบหน้า
KEY
POINTS
- สหรัฐฯ ยังคงจัดให้ไทยอยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง (Monitoring List) ด้านนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน แม้สถานะของไทยจะดีขึ้น
- สถานะที่ดีขึ้นเกิดจากการที่ไทยเข้าข่ายเกณฑ์ของสหรัฐฯ ลดลงจาก 2 ข้อ เหลือเพียง 1 ข้อ คือการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในระดับสูง
- สหรัฐฯ ได้ขยายขอบเขตการติดตามจากค่าเงินโดยตรง ไปยังมาตรการด้านเงินทุนเคลื่อนย้ายและเครื่องมือเชิงนโยบายอื่นๆ ของไทยมากขึ้น
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังคงจัดไทยอยู่ในบัญชีเฝ้าระวังด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Monitoring List) ตามรายงาน FX Report เดือนกรกฎาคม 2569 แม้ผลการประเมินสะท้อนสถานะดีขึ้น หลังไทยเหลือติดเพียง 1 ใน 3 เกณฑ์ จากเดิม 2 เกณฑ์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ โอกาสหลุดจากบัญชีมีมากขึ้น หากยังรักษาดุลบัญชีเดินสะพัดต่ำกว่าเกณฑ์ พร้อมจับตาสหรัฐฯ ขยายการประเมินไปยังเครื่องมือด้านเงินทุนเคลื่อนย้ายและมาตรการกำกับดูแล
สหรัฐฯ ยังจับตาเกินดุลการค้า ลุ้นหลุด Monitoring List
นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เผยแพร่รายงาน Macroeconomic and Foreign Exchange Policies of Major Trading Partners of the United States (FX Report) ฉบับเดือนกรกฎาคม 2569 โดยยังคงจัดให้ประเทศไทยอยู่ใน Monitoring List หรือบัญชีประเทศที่ต้องติดตามด้านนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน เช่นเดียวกับรายงานฉบับก่อน
อย่างไรก็ตาม ผลการประเมินล่าสุดสะท้อนว่าสถานะของไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจำนวนเกณฑ์ที่ไทยเข้าข่ายลดลงจาก 2 ใน 3 เกณฑ์ เหลือเพียง 1 ใน 3 เกณฑ์ เนื่องจากดุลบัญชีเดินสะพัดลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ที่สหรัฐฯ กำหนด แม้ว่าการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ จะยังอยู่ในระดับสูงก็ตาม
ทั้งนี้ รายงานฉบับล่าสุดใช้ข้อมูลเศรษฐกิจในช่วง 4 ไตรมาสสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2568 จึงยังไม่สะท้อนพัฒนาการของเศรษฐกิจไทยในปี 2569
ไทยเหลือติดเพียง 1 ใน 3 เกณฑ์ หลังดุลบัญชีเดินสะพัดลดลง
เมื่อเปรียบเทียบผลการประเมินระหว่างรายงานเดือนมกราคม 2569 กับเดือนกรกฎาคม 2569 พบว่า ไทยมีพัฒนาการที่ดีขึ้นใน 2 ประเด็นสำคัญ
เกณฑ์แรก คือ ดุลการค้ากับสหรัฐฯ ไทยยังคงไม่ผ่านเกณฑ์ โดยยอดเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นจาก 54,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 72,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าความไม่สมดุลทางการค้ายังเป็นประเด็นที่สหรัฐฯ จับตาอย่างใกล้ชิด
ส่วน ดุลบัญชีเดินสะพัด ปรับลดลงจาก 3.8% ของ GDP เหลือ 2.8% ของ GDP ต่ำกว่าเกณฑ์ 3% ที่สหรัฐฯ ใช้ประเมิน ส่งผลให้ไทยไม่เข้าข่ายในเกณฑ์นี้อีกต่อไป
ขณะที่ การแทรกแซงค่าเงิน ไทยยังไม่เข้าข่ายเกณฑ์ของสหรัฐฯ โดยมีการซื้อเงินตราต่างประเทศสุทธิคิดเป็น 0.9% ของ GDP ในรายงานเดือนมกราคม และ 1.8% ของ GDP ในรายงานล่าสุด ซึ่งยังต่ำกว่าระดับที่สหรัฐฯ กำหนด
ขยายการจับตาจากค่าเงิน สู่เครื่องมือเชิงนโยบาย
แม้ผลการประเมินตามเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่สาระสำคัญของรายงานรอบล่าสุดอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงกรอบการติดตามของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ
รายงานระบุว่า มุมมองต่อการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แทบไม่เปลี่ยนแปลง โดยยังเห็นว่า การเข้าดูแลค่าเงินบาทมีวัตถุประสงค์เพื่อ รักษาเสถียรภาพของตลาด มากกว่าการสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขันทางการค้า
อย่างไรก็ดี รายงานฉบับเดือนกรกฎาคม 2569 ได้เพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับกลไกการดำเนินนโยบายมากขึ้น ทั้งการใช้ FX Swap, Forward รวมถึงมาตรการดูดซับสภาพคล่อง สะท้อนว่าสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับ "วิธีดำเนินนโยบาย" มากกว่าการพิจารณาเพียงระดับค่าเงินบาท
จับตามาตรการเงินทุนเคลื่อนย้ายของไทยมากขึ้น
อีกประเด็นที่เห็นได้ชัด คือ การที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ขยายขอบเขตการติดตามมายังมาตรการด้านเงินทุนเคลื่อนย้ายและกฎเกณฑ์กำกับดูแลของไทย
รายงานได้กล่าวถึงมาตรการต่าง ๆ อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น
- การปรับเกณฑ์รายได้จากต่างประเทศที่ต้องนำกลับเข้าประเทศ จาก 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- การห้ามสถาบันการเงินในประเทศทำธุรกรรม Non-Deliverable Forward (NDF) ที่อ้างอิงเงินบาทกับผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ
- มาตรการกำกับดูแลธุรกรรมซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ชำระเป็นเงินบาท
- การกำหนดให้รายงานธุรกรรมซื้อขายทองคำขนาดใหญ่
แม้รายงานจะไม่ได้ระบุว่ามาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความได้เปรียบด้านอัตราแลกเปลี่ยน แต่สะท้อนว่าสหรัฐฯ เริ่มติดตามเครื่องมือเชิงนโยบายที่อาจส่งผลต่อกลไกตลาดและการเคลื่อนย้ายเงินทุนในวงกว้างมากขึ้น
กสิกรไทยชี้ไทยมีโอกาสหลุด Monitoring List รอบหน้า
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ไทยมีโอกาสหลุดจากบัญชี Monitoring List ในการประเมินรอบถัดไป หากยังคงติดเกณฑ์ไม่เกิน 1 ข้อ
จากข้อมูลเบื้องต้น ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในช่วง 4 ไตรมาสสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2569 มีแนวโน้มอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ ขณะที่การดำเนินนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงมุ่งรักษาเสถียรภาพของตลาดเงินและตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไป ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่เพียงการเข้าแทรกแซงค่าเงินหรือไม่ แต่รวมถึง ความโปร่งใสของนโยบาย เหตุผลในการใช้เครื่องมือทางการเงิน และการเปิดเผยข้อมูลมาตรการที่อาจมีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนและกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งคาดว่าจะเป็นประเด็นที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ใช้ติดตามประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในรายงานรอบต่อไป







