thansettakij
thansettakij
กรุงศรีเร่งเครื่องตลาดเงิน ดัน FX ออนไลน์เต็มรูปแบบ รับธุรกิจระหว่างประเทศโต

กรุงศรีเร่งเครื่องตลาดเงิน ดัน FX ออนไลน์เต็มรูปแบบ รับธุรกิจระหว่างประเทศโต

22 ก.ค. 69 | 12:33 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ก.ค. 69 | 12:33 น.

กรุงศรีประกาศกลยุทธ์ธุรกิจ FX ปี 69 เดินหน้า Digital FX ขยายบริการสกุลเงินใหม่ รับเทรนด์ Multi-Currency นำ AI ยกระดับบริการ คาดเงินบาท ไตรมาส 4 เคลื่อนไหวในกรอบ 32-34 บาทต่อดอลลาร์

KEY

POINTS

  • กรุงศรีประกาศกลยุทธ์ธุรกิจ FX ปี 2569 มุ่งพัฒนาบริการ Digital FX เต็มรูปแบบ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจระหว่างประเทศและเทรนด์ Multi-Currency
  • ชู 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ ยกระดับแพลตฟอร์มดิจิทัล, ขยายบริการสกุลเงินใหม่ๆ เช่น วอนเกาหลีใต้ (KRW) และดีร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (AED), และนำ AI มาช่วยบริหารความเสี่ยง
  • คาดการณ์ค่าเงินบาทในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 มีโอกาสแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในกรอบ 32-34 บาทต่อดอลลาร์ หากเฟดคงอัตราดอกเบี้ย

กรุงศรีประกาศกลยุทธ์ธุรกิจซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (FX) ปี 2569 เดินหน้าพัฒนา Digital FX เต็มรูปแบบ ขยายบริการสกุลเงินใหม่ รองรับเทรนด์ Multi-Currency ของภาคธุรกิจ พร้อมนำ AI ยกระดับการบริหารความเสี่ยง คาดเงินบาทช่วงไตรมาส 4 มีโอกาสแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เคลื่อนไหวในกรอบ 32-34 บาทต่อดอลลาร์ หากเฟดคงดอกเบี้ยและดุลการค้าไทยฟื้นตัว

กรุงศรีเร่ง Digital FX รับโลกการค้าเปลี่ยน

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โดยกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ประกาศยุทธศาสตร์ธุรกิจซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (FX) ปี 2569 มุ่งยกระดับบริการผ่านช่องทางดิจิทัล ขยายการให้บริการสกุลเงินใหม่ และพัฒนาโซลูชันบริหารความเสี่ยง เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจที่ต้องเผชิญความผันผวนของเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก

นายฮิโรทากะ คุโรกิ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ กล่าวว่า กรุงศรียังคงให้ความสำคัญกับการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ช่วยให้ลูกค้าบริหารความเสี่ยงและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กำไรจากธุรกรรมซื้อขายและปริวรรตเงินตราต่างประเทศเติบโตเฉลี่ยแบบทบต้น (CAGR) ถึง 16% สะท้อนความสำเร็จของการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง

นายฮิโรทากะ คุโรกิ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์

"หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ปริมาณธุรกรรม แต่คือความไว้วางใจจากลูกค้าในการช่วยบริหารความเสี่ยงท่ามกลางตลาดการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น" นายคุโรกิกล่าว

ชี้ธุรกิจไทยเข้าสู่ยุค Multi-Currency

กรุงศรีระบุว่า แม้มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเติบโตกว่า 60% แต่ธุรกรรม FX ผ่านธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นเพียง 5.7% สะท้อนว่าพฤติกรรมของผู้ประกอบการเปลี่ยนไปและมีทางเลือกในการทำธุรกรรมมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Multi-Currency อย่างชัดเจน โดยการใช้สกุลเงินนอกเหนือจากดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และเยน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วาง 3 กลยุทธ์หลัก ขยายบริการ FX

กรุงศรีกำหนดทิศทางธุรกิจ FX ปี 2569 ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่

  • ยกระดับ Digital FX ผ่านแพลตฟอร์ม FX@Krungsri, FX API และ Krungsri FX LINE Official Account เพื่อให้ลูกค้าทำธุรกรรมได้สะดวกและรวดเร็ว
  • ขยายบริการสกุลเงินใหม่ รองรับการค้าระหว่างประเทศ อาทิ เงินวอนเกาหลีใต้ (KRW) เงินดีร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (AED) และเงินริยัลซาอุดีอาระเบีย (SAR)
  • พัฒนาโซลูชันบริหารความเสี่ยง โดยนำ AI และระบบ Automation มาช่วยเพิ่มความแม่นยำในการให้บริการ พร้อมต่อยอดผลิตภัณฑ์การลงทุนร่วมกับเครือ MUFG

มองเงินบาทปลายปีมีโอกาสแข็งค่า

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ กล่าวว่า ตลาดการเงินโลกยังให้ความสำคัญกับทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แม้ว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางจะยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการลงทุนเป็นระยะ

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด

สำหรับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงที่ผ่านมา มีสาเหตุจากการนำเข้าพลังงานที่เพิ่มขึ้นจนทำให้ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัด อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไปยังมีปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ ราคาน้ำมันที่เริ่มห่างจากระดับสูงสุด กระแสเงินทุนต่างชาติที่มีโอกาสไหลกลับ และแนวโน้มดุลการค้าที่อาจปรับดีขึ้น

กรุงศรีประเมินว่า เงินบาทในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 มีโอกาสแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 32-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้สมมติฐานว่าเฟดคงอัตราดอกเบี้ย และเศรษฐกิจไทยทยอยฟื้นตัว

คาด กนง.คงดอกเบี้ยที่ 1%

ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย กรุงศรีคาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อเนื่องอีกหลายไตรมาส เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อจากต้นทุนมีลักษณะชั่วคราว ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยยังให้น้ำหนักกับการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศและเสถียรภาพเศรษฐกิจมากกว่าปัจจัยภายนอก