thansettakij
thansettakij
ดาวโจนส์ปิดตลาดร่วงกว่า 500 จุด Nasdaq ดิ่ง 2% ผวาน้ำมันทะลุ 100 เหรียญ

ดาวโจนส์ปิดตลาดร่วงกว่า 500 จุด Nasdaq ดิ่ง 2% ผวาน้ำมันทะลุ 100 เหรียญ

24 ก.ค. 69 | 01:09 น.

ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดร่วงกว่า 500 จุด หนักสุดในรอบหลายสัปดาห์ Nasdaq ดิ่ง 2% ผวาน้ำมันทะลุ 100 เหรียญ นักลงทุนหนีความเสี่ยง ตลาดกังวลต้นทุน AI

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วงแรง โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลงกว่า 500 จุด และ Nasdaq ดิ่งลงกว่า 2%
  • ปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งทะลุ 100 เหรียญต่อบาร์เรลจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ
  • หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีถูกเทขายอย่างหนัก จากความกังวลเรื่องการใช้จ่ายลงทุนด้าน AI และผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทใหญ่อย่าง Alphabet และ Tesla

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 500 จุดในวันพฤหัสบดี (23 ก.ค.) 

ขณะที่ดัชนี Nasdaq ร่วงลงกว่า 2% เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันทำให้ตลาดวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและได้ผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นด้วย 

นอกจากนี้ รายงานผลประกอบการล่าสุดของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยังจุดชนวนความวิตกกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายมูลค่ามหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI)

  • ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 51,711.65 จุด ลดลง 506.93 จุด หรือ -0.97%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,408.30 จุด ลดลง 90.66 จุด หรือ -1.21%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,137.69 จุด ลดลง 553.21 จุด หรือ -2.15%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดพุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 เหรียญ/บาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค. ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดที่เหนือระดับ 92 เหรียญ เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้น 

ดาวโจนส์ปิดร่วงกว่า 500 จุด Nasdaq ดิ่ง 2% ผวาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์

 

โดยกองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านระลอกใหม่ ขณะที่อิหร่านยิงถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง 

ทรัมป์ขู่ใช้กำลังทหารครั้งใหญ่

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯขู่ว่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่เพื่อตอบโต้อิหร่านและกลุ่มฮูตี หลังจากที่กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการหนุนหลังโดยอิหร่าน ได้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียสองลำในทะเลแดง

การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันได้กระตุ้นให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2568 เพียงไม่กี่วันก่อนที่การประชุมนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า

ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 64% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค.นี้ และให้นัำหนักมากถึง 83% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 68% ในวันพุธ

ส่วนดัชนี CBOE Volatility Index ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกกังวลของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก พุ่งขึ้นกว่า 12.38% ปิดที่ระดับ 18.70 หลังทะยานขึ้นแตะระดับ 20.3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบหนึ่งเดือน

ดาวโจนส์ปิดตลาดร่วงกว่า 500 จุด Nasdaq ดิ่ง 2% ผวาน้ำมันทะลุ 100 เหรียญ

 

หุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลงรุนแรงที่สุดในดัชนี S&P500 โดยร่วงลง 5.2% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยดิ่งลง 5.12% ส่วนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยดีดตัวขึ้น 1.77% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์เพิ่มขึ้น 1.3%

หุ้น Alphabet ร่วงลง 7%

หุ้น Alphabet ร่วงลง 7% หลังจากบริษัทเปิดเผยว่าการใช้จ่ายด้านทุน (Capex) ในไตรมาส 2/2569 พุ่งขึ้น 100% แตะที่ระดับ 4.49 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว พร้อมกับปรับเพิ่มคาดการณ์ตัวเลข Capex ในปีงบการเงิน 2569 ขึ้นเป็น 1.95 – 2.05 แสนล้านดอลลาร์จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 1.80 – 1.90 แสนล้านดอลลาร์

 

Alphabet กำลังทุ่มเม็ดเงินลงทุนมูลค่ามหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เพื่อให้ทันต่อความต้องการที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว 

หุ้น Tesla ดิ่งลง 14.5% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรในไตรมาส 2/2569 ที่ต่ำกว่าคาด และรายงานกระแสเงินสดติดลบเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองปี

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 22,000 ราย สู่ระดับ 187,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่สัปดาห์ของวันที่ 6 ก.ย. 2512 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 215,000 ราย