
ดาวโจนส์ปิดตลาดร่วง 105 จุด หุ้นชิปดิ่ง ภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางกดดัน
ดัชนีดาวโจนส์ร่วง 105 จุด เหลือ 52,552.97 จุด หุ้นชิปดิ่ง ฉุดตลาดสหรัฐแม้เศรษฐกิจยังแกร่ง ด้าน Nasdaq ดิ่ง 1.47% รับแรงกดดัน AI จับตาสงครามตะวันออกกลาง
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดลบ 105.67 จุด โดยดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวลงเช่นกัน
- ปัจจัยหลักที่ฉุดตลาดคือแรงเทขายอย่างหนักในหุ้นกลุ่มชิปและเซมิคอนดักเตอร์ แม้ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะออกมาดี
- นักลงทุนยังคงกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (16 ก.ค.)
ขณะที่ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ปรับตัวลงเช่นกัน เนื่องจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มชิปเป็นปัจจัยฉุดตลาด
ซึ่งบดบังข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐฯ และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน
- ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 52,552.97 จุด ลดลง 105.67 จุด หรือ -0.20%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,533.77 จุด ลดลง 38.63 จุด หรือ -0.51%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,881.95 จุด ลดลง 387.28 จุด หรือ -1.47%
ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง 1.8% ขณะที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ดิ่งลง 4.3% ซึ่งเป็นปัจจัยฉุดตลาดโดยรวม
แม้บริษัท TSMC ซึ่งเป็นบริษัทรับจ้างผลิตชิปรายใหญ่ของไต้หวันเปิดเผยกำไรพุ่งขึ้นกว่า 77% ในไตรมาส 2/2569 แต่นักลงทุนก็ยังคงเดินหน้าเทขายหุ้นกลุ่มชิป ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนคาดหวังผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มนี้เอาไว้สูงลิ่ว
หุ้น TSMC ร่วง 2.3%
หุ้น TSMC ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ร่วงลง 2.3% ส่วนหุ้นบริษัทผลิตชิปหน่วยความจำรายอื่น ๆ นั้น หุ้น SanDisk ,หุ้น Western Digital ,หุ้น Seagate Technology และหุ้น Intel ร่วงลงระหว่าง 5.8% – 12.6%
หุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ปรับตัวลงเช่นกัน โดยหุ้น Micron Technology และหุ้น Advanced Micro Devices (AMD) ต่างก็ร่วงลงกว่า 5% ขณะที่หุ้น Broadcom ร่วงลง 5% ส่วนหุ้น Meta Platforms ,หุ้น Nvidia และหุ้น Amazon ต่างก็ปิดในแดนลบ
หุ้น Alphabet ร่วงลงกว่า 4% หลังจากมีรายงานว่า บริษัทได้เลื่อนการเปิดตัว Gemini 3.5 Pro ซึ่งเป็นโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของบริษัท
หุ้นสายการบิน United Airlines ปรับตัวลง 1.8% หลังจากบริษัทได้แสดงความกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มผลประกอบการในอนาคต
หุ้น UnitedHealth ซึ่งเป็นบริษัทประกันสุขภาพรายใหญ่ของสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้น 1.2% และช่วยให้ดัชนีดาวโจนส์ลดช่วงลบ หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ และได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการตลอดปีงบการเงิน 2569
ยอดค้าปลีกสหรัฐฯปรับตัวขึ้น 2%
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า ยอดค้าปลีกปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือนพ.ค. และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 6.72% หลังจากเพิ่มขึ้น 7.33% ในเดือนพ.ค.
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 208,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 219,000 ราย
ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก พุ่งขึ้นสู่ระดับ 41.4 ในเดือนก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 12.7 จากระดับ 10.3 ในเดือนมิ.ย. โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของการจ้างงานและคำสั่งซื้อใหม่
นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยทั้งสองฝ่ายยังคงโจมตีทางอากาศตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นและทำให้ข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนที่แล้วแทบไม่มีผลใด ๆ อย่างไรก็ตาม การที่อิหร่านปล่อยตัวพลเมืองสหรัฐฯ รายหนึ่งที่ถูกควบคุมตัวตั้งแต่เดือนธ.ค. 2567 นั้น แสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายยังพอมีหนทางที่จะหลีกเลี่ยงการกลับไปสู่ภาวะสงครามเต็มรูปแบบได้







