
ดาวโจนส์ปิดตลาดลบกว่า 300 จุด ผวาศึกตะวันออกกลาง จับตาบิ๊กเทคประกาศงบ
หุ้นสหรัฐฯ แดงทั้งกระดาน ดาวโจนส์ร่วง 307 จุด สงครามกดดันนักลงทุน นักลงทุนลดความเสี่ยงทั่วตลาด หลังฮูตีเปิดแนวรบใหม่สะเทือนตลาดโลก
KEY
POINTS
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบกว่า 300 จุด โดยมีปัจจัยกดดันจากความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
- นักลงทุนเฝ้ารอการประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึง Alphabet, Tesla และ Intel
- ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นหลังกลุ่มกบฏฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานและการค้าโลก
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (20 ก.ค.) ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึง Alphabet และ Intel
- ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 51,839.26 จุด ลดลง 307.16 จุด หรือ -0.59%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,443.28 จุด ลดลง 14.41 จุด หรือ -0.19%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,508.07 จุด ลดลง 12.17 จุด หรือ -0.05%
ทั้งนี้ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาด โดยล่าสุด กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในวันจันทร์
ซึ่งเป็นการเปิดแนวรบใหม่ในสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน และเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานและการค้าโลก
เสนอหยุดยิง 10 วัน
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน ระบุกับสื่อว่า ประเทศที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน เพื่อเปิดทางสำหรับการเจรจาสันติภาพ
นักวิเคราะห์จาก Merrill and BofA Private Bank ระบุว่า หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านโจมตีตอบโต้กันไปมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ นักลงทุนต่างก็เฝ้ารอความพยายามในการคลี่คลายสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เพื่อให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดอีกครั้งและลดความตึงเครียดด้านอุปทานน้ำมัน ซึ่งจะช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อราคาผู้บริโภค
หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ร่วงลง 1.15% ตามด้วยหุ้นกลุ่มวัสดุปรับตัวลง 0.94% ส่วนหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวขึ้น 0.74% และหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 0.5%
หุ้นกลุ่มชิปฟื้นตัว ซึ่งช่วยพยุงดัชนี Nasdaq ไม่ให้ปรับตัวลงรุนแรง โดยหุ้น Micron Technology ดีดตัวขึ้นเกือบ 2% หุ้น Astera Labs บวก 1.9% และหุ้น Advanced Micro Devices (AMD) เพิ่มขึ้น 1.6%
หุ้น Global Payments พุ่งขึ้น 5.8% หลังจากนักวิเคราะห์ของ Morgan Stanley ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนเป็น Overweight และปรับเพิ่มเป้าหมายราคาหุ้นเป็น 100 ดอลลาร์ จากเดิม 65 ดอลลาร์
หุ้น Alphabet ขึ้น 1.5% หลังจากมีรายงานว่า Google ซึ่งเป็นบริษัทลูก กำลังพัฒนาชิปเซิร์ฟเวอร์ที่รวมเอา Gemini ไว้ด้วย เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ AI และลดข้อจำกัดด้านความจุของระบบประมวลผล
หุ้น Domino’s Pizza พุ่งขึ้น 2.1% หลังบริษัทเปิดเผยผลประกอบการสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้
นักลงทุนจับตาผลประกอบการบ.เทคฯรายใหญ่
นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึง Alphabet, Tesla, Intel และ Texas Instruments
นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ด้วย ซึ่งรวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนจาก ADP, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ทั้งภาคบริการและภาคการผลิตเดือนก.ค.จาก S&P Global และยอดขายบ้านใหม่เดือนมิ.ย.







