
ค่าเงินบาทวันนี้ 17 ก.ค.69 เงินบาทเปิด 33.59 บาท อ่อนค่าเล็กน้อย รับดอลลาร์แข็ง
เงินบาทเปิดตลาดที่ 33.59 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อยตามเงินดอลลาร์แข็งและทองคำหลุด 4,000 ดอลลาร์ Krungthai GLOBAL MARKETS จับตา "ทรัมป์" แถลงตะวันออกกลาง กรอบวันนี้ 33.45-33.75 บาท
KEY
POINTS
- เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 17 ก.ค. 69 ที่ 33.59 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย
- การอ่อนค่าเป็นผลมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จากภาวะตลาดปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) และราคาทองคำที่ปรับตัวลดลง
- ปัจจัยหนุนดอลลาร์ยังมาจากการเทขายหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดีกว่าคาด
- ตลาดกำลังจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางและการแถลงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินบาทในระยะสั้น
เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ 33.59 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และราคาทองคำที่หลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางแรงขายหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก ขณะที่ Krungthai GLOBAL MARKETS แนะจับตาการแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต่อสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดการเงินและค่าเงินบาทในระยะสั้น
ดอลลาร์แข็ง-ทองคำหลุด 4,000 ดอลลาร์ กดดันเงินบาทอ่อนค่า
ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ระดับ 33.59 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.56 บาทต่อดอลลาร์ โดยระหว่างคืนที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Up ในกรอบ 33.54-33.64 บาทต่อดอลลาร์ ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และแรงกดดันจากราคาทองคำที่ปรับตัวหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) ของตลาดการเงินโลก หลังนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยที่หนุนความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย
ปัจจัยดังกล่าวยังส่งผลให้ราคาทองคำอ่อนตัวลง เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนลดการถือครองทองคำเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน ท่ามกลางแรงขายหุ้นเทคโนโลยีที่รุนแรง
แรงขายหุ้น AI-เซมิคอนดักเตอร์ หนุนเงินดอลลาร์-กดดันสินทรัพย์เสี่ยง
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ยังออกมาดีกว่าคาด ทั้งจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ดัชนีภาคการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย และประมาณการ GDP ไตรมาส 2 ของเฟดสาขาแอตแลนตา แม้ว่ายอดค้าปลีกเดือนมิถุนายนจะขยายตัวเพียง 0.2% จากเดือนก่อน ชะลอลงจากระดับ 1.0% ในเดือนพฤษภาคม แต่ยังสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง โดยหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ยังถูกเทขายต่อเนื่อง นำโดย Micron ที่ปรับตัวลง 5.7% และ Nvidia ลดลง 2.4% ขณะที่ Alphabet ร่วง 4.4% ส่งผลให้ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลง 1.47% ส่วน S&P500 ลดลง 0.51% และ Dow Jones อ่อนตัว 0.20%
สำหรับตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับขึ้น 0.16% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มสินค้าแบรนด์เนม หุ้นกลุ่ม Healthcare และการฟื้นตัวของหุ้น ASML แม้จะยังเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางและการอ่อนตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์
ส่วนตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เคลื่อนไหวในกรอบ 4.55-4.60% โดย Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงแนะนำทยอยสะสมพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวเมื่อบอนด์ยีลด์ปรับขึ้นเหนือ 4.50% จากมุมมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยตลอดปี 2569 ก่อนเริ่มลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2570
ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ซึ่งยีลด์ลดลงสู่ระดับ 1.90-2.00% เริ่มมีความน่าสนใจลดลงเมื่อเทียบกับพันธบัตรอายุ 20 ปี
จับตา "ทรัมป์" แถลงตะวันออกกลาง ตัวแปรใหม่เขย่าตลาดการเงินโลก
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดให้น้ำหนักกับการแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ข้อมูลตลาดที่อยู่อาศัย และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ซึ่งอาจส่งผลต่อการประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยของ Fed
นายพูนประเมินว่า ค่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง (Two-way Risk) โดยขึ้นอยู่กับทิศทางเงินดอลลาร์ ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ราคาทองคำ และพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะการใช้ Options เพื่อรับมือกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
ทั้งนี้ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ทวีความรุนแรงขึ้น เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ใกล้ระดับ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแนวต้านที่ 33.70-33.80 บาทต่อดอลลาร์ และแนวรับที่ 33.30-33.40 บาทต่อดอลลาร์
อย่างไรก็ดี หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางลุกลามจนผลักดันราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ตลาดอาจกลับมาคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง และกดดันให้เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบระดับ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ได้
ทั้งนี้ Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้ที่ 33.45-33.75 บาทต่อดอลลาร์







