thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาทวันนี้ 13 ก.ค.69 เงินบาทอ่อนค่าแตะ 33.38 บาท รับแรงปะทะตะวันออกกลาง

ค่าเงินบาทวันนี้ 13 ก.ค.69 เงินบาทอ่อนค่าแตะ 33.38 บาท รับแรงปะทะตะวันออกกลาง

13 ก.ค. 69 | 04:51 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.ค. 69 | 04:55 น.

เงินบาทเปิดสัปดาห์อ่อนค่าแตะ 33.38 บาทต่อดอลลาร์ หลังความตึงเครียดตะวันออกกลางหนุนดอลลาร์แข็ง ราคาทองคำร่วง ตลาดเพิ่มโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้เป็น 61%

KEY

POINTS

  • เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าลงเคลื่อนไหวในกรอบ 33.35-33.38 บาทต่อดอลลาร์
  • ปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผลักดันให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
  • ราคาทองคำที่ปรับตัวลดลงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่า
  • ตลาดกำลังจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อย่างใกล้ชิด

เงินบาทเปิดสัปดาห์อ่อนค่ามาเคลื่อนไหวบริเวณ 33.35-33.38 บาทต่อดอลลาร์ ตามแรงกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผลักดันเงินดอลลาร์แข็งค่า ขณะที่ราคาทองคำปรับลดลงซ้ำเติมค่าเงินบาท ด้านนักวิเคราะห์มองตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ และท่าทีธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางค่าเงินในระยะต่อไป

เงินบาทอ่อนค่าตามภูมิภาค หลังดอลลาร์กลับมาแข็งรับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

เงินบาทเปิดการซื้อขายเช้าวันนี้เคลื่อนไหวที่ระดับประมาณ 33.35-33.38 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดก่อนหน้าที่ 33.31-33.32 บาทต่อดอลลาร์ โดยเป็นการอ่อนค่าตามทิศทางของหลายสกุลเงินในเอเชีย สวนทางกับเงินดอลลาร์ที่กลับมาแข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นจากเหตุปะทะระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ซึ่งสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดกล่าวว่า นอกจากแรงหนุนของเงินดอลลาร์แล้ว การปรับตัวลดลงของราคาทองคำในตลาดโลกยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 33.30-33.50 บาทต่อดอลลาร์

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

ราคาน้ำมันพุ่ง-ทองคำร่วง ตลาดเร่งปรับมุมมองดอกเบี้ยเฟด

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า นับตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทกลับมาอ่อนค่าลงต่อเนื่อง หลังความร้อนแรงของสถานการณ์ตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และราคาทองคำเผชิญแรงขาย

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

ปัจจัยดังกล่าวยังทำให้นักลงทุนปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ซึ่งตลาดให้น้ำหนักถึง 61% ว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อีก 2 ครั้งในปีนี้ ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและกดดันค่าเงินในภูมิภาค รวมถึงเงินบาท

จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ ตัวแปรสำคัญกำหนดทิศทางตลาด

สัปดาห์นี้ ตลาดการเงินทั่วโลกจะจับตาการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของเฟด

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอติดตามยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด และผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก

จีน-เกาหลีใต้เปิดข้อมูลเศรษฐกิจ วัดแรงส่งเศรษฐกิจเอเชีย

ฝั่งเอเชีย นักลงทุนจับตาการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของจีน ทั้งผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2 ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และข้อมูลการส่งออก-นำเข้า เพื่อประเมินทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน

ขณะที่เกาหลีใต้เตรียมรายงานตัวเลขการส่งออกช่วง 10 วันแรกของเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะสะท้อนภาพการเติบโตของอุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์ อีกทั้งตลาดยังคาดว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 2.75% เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น

เงินบาทยังเสี่ยงผันผวนสองทาง จับตาสงคราม-เฟด

Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทยังคงมีอยู่ และมีโอกาสทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 33.75 บาทต่อดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ความขัดแย้งเริ่มคลี่คลาย หรือข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาดจนตลาดลดการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด เงินบาทก็มีโอกาสกลับมาแข็งค่าบริเวณแนวรับ 33.20 บาทต่อดอลลาร์ และมีแนวรับสำคัญที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์

นักวิเคราะห์ยังเตือนว่า ค่าเงินบาทยังอยู่ในภาวะ Two-Way Risk หรือมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทางตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลัก จึงแนะนำให้ภาคธุรกิจและผู้นำเข้าส่งออกใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เช่น การทำธุรกรรม Options เพื่อรับมือกับความผันผวนที่ยังอยู่ในระดับสูง