
ค่าเงินบาทวันนี้ 9 ก.ค.69 เงินบาทเปิด 33.43 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อย
เงินบาทวันนี้เปิดที่ 33.43 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อย จับตาสงครามตะวันออกกลาง เฟดขึ้นดอกเบี้ย เงินเฟ้อสหรัฐฯ และราคาน้ำมัน โดย ประเมินกรอบ 33.40-33.60 บาทต่อดอลลาร์
KEY
POINTS
- เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 9 ก.ค. ที่ 33.43 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า ตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์
- ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ตลาดจับตาคือสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจผลักดันให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ย
- Krungthai GLOBAL MARKETS เตือนว่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงผันผวน และอาจอ่อนค่าทะลุ 34 บาทต่อดอลลาร์ หากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก
เงินบาทเปิดตลาดวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ 33.43 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า หลังดอลลาร์อ่อนค่าบางส่วนจากเงินยูโรและปอนด์แข็งค่า แต่ตลาดยังจับตาสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ร้อนแรงขึ้น ซึ่งอาจผลักดันราคาน้ำมันพุ่งและเพิ่มโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ Krungthai GLOBAL MARKETS เตือนเงินบาทยังเผชิญความเสี่ยงผันผวนสองทาง และอาจอ่อนค่าทะลุ 34 บาทต่อดอลลาร์ หากสงครามกระทบอุปทานพลังงานโลก
เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อย ดอลลาร์อ่อนหลังยูโร-ปอนด์แข็งแรง
ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ระดับ 33.43 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.46 บาทต่อดอลลาร์ โดยระหว่างคืนที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.42-33.54 บาทต่อดอลลาร์ ลักษณะ Sideways หลังแรงกดดันจากการอ่อนค่าในช่วงบ่ายของวันก่อนเริ่มชะลอลง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า แม้ตลาดยังอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่เงินดอลลาร์กลับอ่อนค่าลงบางส่วน เนื่องจากนักลงทุนปรับเพิ่มคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) อาจเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า ส่งผลให้เงินยูโรและเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์
ขณะเดียวกัน การปิดสถานะขายเงินเยนของนักลงทุน รวมถึงความกังวลต่อความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นอาจเข้าดูแลค่าเงิน ยังช่วยให้เงินเยนฟื้นตัวและจำกัดการแข็งค่าของเงินดอลลาร์เพิ่มเติม
สงครามตะวันออกกลางกดดันตลาดโลก น้ำมันพุ่ง-หุ้นผันผวน
บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกยังถูกกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวสิ้นสุดลง พร้อมส่งสัญญาณอาจมีปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นเกือบ 8% นับตั้งแต่ความขัดแย้งกลับมารุนแรง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวผันผวน โดยดัชนี Dow Jones ลดลง 1.09% ขณะที่ S&P500 ลดลง 0.28% แต่หุ้นเทคโนโลยียังได้แรงหนุนจากหุ้น Nvidia ที่พุ่ง 3.7% ส่งผลให้ Nasdaq ปิดบวก 0.20%
ด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ลดลง 1.61% จากความกังวลว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจะกระทบเศรษฐกิจยุโรป มีเพียงหุ้นกลุ่มพลังงานและ ASML ที่สามารถปรับตัวสวนตลาดได้
จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ-เฟด ส่งผลต่อทิศทางเงินบาท
Krungthai GLOBAL MARKETS ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ตลาดต้องติดตามในระยะสั้น ได้แก่ ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐฯ รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังรอรายงานการประชุม ECB เพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยของยุโรป รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีน ซึ่งจะสะท้อนทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน
นายพูนกล่าวว่า ค่าเงินบาทยังคงมีความเสี่ยงผันผวนสองทาง (Two-way Risk) โดยขึ้นอยู่กับทั้งข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จึงแนะนำให้ภาคธุรกิจใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลาย โดยเฉพาะการใช้ Options เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาด
เตือนเงินบาทเสี่ยงอ่อนทะลุ 34 บาท หากสงครามกระทบอุปทานพลังงาน
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางลุกลามจนกระทบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน หรือส่งผลให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งกลับไปแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือสูงกว่า ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อโลกและทำให้ตลาดเชื่อมั่นมากขึ้นว่า Fed อาจต้องเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ย
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว เงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าต่อ และอาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าทะลุระดับ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ไม่ลุกลามจนกระทบอุปทานพลังงาน และยังสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ตามปกติ ราคาน้ำมันมีโอกาสทยอยปรับลดลง ความกังวลของตลาดจะคลี่คลาย และเงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบใกล้ระดับปัจจุบัน โดยมีแนวต้านบริเวณ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ และแนวรับที่ 33.30 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเมินไว้ที่ 33.40-33.60 บาทต่อดอลลาร์







