thansettakij
thansettakij
เงินบาทวันนี้ 10 ก.ค.69 เงินบาทเปิด 33.38 บาท แข็งค่าเล็กน้อย

เงินบาทวันนี้ 10 ก.ค.69 เงินบาทเปิด 33.38 บาท แข็งค่าเล็กน้อย

10 ก.ค. 69 | 02:52 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.ค. 69 | 02:53 น.

เงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 33.38 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อย หลังราคาน้ำมันลด ตลาดคลายกังวลตะวันออกกลาง จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ สัปดาห์หน้า ชี้ทิศทางเฟดและค่าเงินบาท

KEY

POINTS

  • เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 10 ก.ค. 69 ที่ระดับ 33.38 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย
  • ปัจจัยหนุนมาจากการคลายความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบลดลงและเงินดอลลาร์อ่อนค่า
  • ตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางดอกเบี้ยและค่าเงินในระยะถัดไป
  • กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 33.25-33.50 บาทต่อดอลลาร์

เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ 33.38 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากวันก่อน หลังความกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลายชั่วคราว กดราคาน้ำมันดิบ Brent ร่วงสู่ระดับ 76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หนุนบรรยากาศลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยง ขณะที่ตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางดอกเบี้ยเฟดและค่าเงินบาทระยะถัดไป

ตะวันออกกลางคลายกังวล ดันเงินบาทแข็งค่ากลับ-ราคาน้ำมันร่วง

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (10 กรกฎาคม 2569) ที่ระดับ 33.38 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนที่ 33.43 บาทต่อดอลลาร์ โดยระหว่างคืนที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down ในกรอบ 33.36-33.48 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

แรงหนุนสำคัญมาจากการที่ตลาดคลายความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังยังไม่มีสัญญาณความขัดแย้งบานปลายเพิ่มเติม และนักลงทุนยังมีความหวังต่อการกลับมาเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลดลงจากบริเวณ 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่แถว 76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

ปัจจัยดังกล่าวทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่าง ๆ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ขณะที่ราคาทองคำสามารถรีบาวด์กลับมายืนเหนือระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อีกครั้ง

หุ้นโลกฟื้นรับแรงซื้อเทคโนโลยี บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับลด

บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกกลับมาเป็นบวก โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI นำโดย Meta ปรับขึ้น 4.7% และ AMD พุ่ง 5.7% แม้ว่าหุ้นกลุ่มพลังงานจะถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง ส่งผลให้ดัชนี Dow Jones ปิดบวก 0.27% ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.81% และ Nasdaq ปรับขึ้น 1.30%

ฝั่งยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวขึ้น 0.78% จากแรงซื้อที่กระจายตัวในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม หลังตลาดลดความกังวลต่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และปรับลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB)

ด้านตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลงสู่ระดับ 4.55% ตามการปรับลดของราคาพลังงานและความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด โดย Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงแนะนำทยอยสะสมพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวเมื่อบอนด์ยีลด์ปรับขึ้นเหนือระดับ 4.50% พร้อมประเมินว่าเฟดมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในปี 2569 ก่อนเริ่มลดดอกเบี้ยในปี 2570

จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชี้ทิศเงินบาท กรอบวันนี้ 33.25-33.50 บาท

Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า นักลงทุนจะติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของเยอรมนีและฝรั่งเศส เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อของยูโรโซนและทิศทางนโยบายการเงินของ ECB รวมถึงรายงานตลาดน้ำมันรายเดือนของ IEA ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันโลก

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ตลาดให้น้ำหนักมากที่สุดยังคงเป็น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อมุมมองการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด และทิศทางค่าเงินดอลลาร์

สำหรับแนวโน้มเงินบาทในระยะสั้น ยังคงมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง (Two-way Risk) หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่รุนแรงเพิ่มเติม เงินบาทมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 33.20-33.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศลงทุนที่เปิดรับความเสี่ยงและกระแสเงินทุนต่างชาติที่อาจทยอยไหลเข้าสินทรัพย์ไทย

แต่หากความขัดแย้งกลับมารุนแรงจนดันราคาน้ำมันทะยานสู่ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือสูงกว่า จะกระตุ้นการคาดการณ์ว่าเฟดอาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและกดดันเงินบาทให้อ่อนค่าทดสอบระดับ 34.00 บาทต่อดอลลาร์

ทั้งนี้ Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมุมมองว่าเงินบาทยังอยู่ในแนวโน้ม อ่อนค่าหรือแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจน ตามสัญญาณทางเทคนิค โดยกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ 33.25-33.50 บาทต่อดอลลาร์