
YLG ชี้ทองคำยังไม่จบรอบ Supercycle เหลือขาขึ้นอีก 16 ปี แนะทยอยซื้อช่วงพักฐาน
YLG มอง ทองคำยังอยู่ในวัฏจักร Supercycle อีก 16 ปี ชี้การพักฐานเป็นเพียงคลื่นพักในขาขึ้น แนะทยอยสะสมหากย่อลงสู่โซน 3,900-3,500 ดอลลาร์ รับแรงหนุนจากธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทอง
KEY
POINTS
- YLG วิเคราะห์ว่าทองคำยังอยู่ในวัฏจักรขาขึ้นใหญ่ (Supercycle) ตามทฤษฎี Elliott Wave ซึ่งยังเหลือเวลาอีกประมาณ 16 ปี และการอ่อนตัวปัจจุบันเป็นเพียงการพักฐาน
- ปัจจัยหนุนระยะยาวมาจากการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก, กระแสลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarization), หนี้สาธารณะ, ภูมิรัฐศาสตร์ และเงินเฟ้อ
- แนะนำกลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว (Buy on Dip) โดยประเมินแนวรับสำคัญในโซน 3,500-3,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์
YLG มั่นใจทองคำยังไม่สิ้นสุดวัฏจักรขาขึ้น มองการอ่อนตัวในปัจจุบันเป็นเพียงการพักฐานระหว่างทางของ "Supercycle" ตามทฤษฎี Elliott Wave ที่ยังเหลือเวลาอีกประมาณ 16 ปี พร้อมชี้แรงหนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก กระแสลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ (De-dollarization) หนี้สาธารณะ ภูมิรัฐศาสตร์ และเงินเฟ้อ ยังหนุนภาพระยะยาว แนะทยอยสะสมหากราคาย่อลงสู่โซน 3,900-3,500 ดอลลาร์ เนื่องจาก Downside จำกัด
YLG ชี้ทองคำยังอยู่ใน Supercycle พักฐานก่อนขึ้นรอบใหม่
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า แม้ราคาทองคำในช่วงนี้จะอยู่ในช่วงพักฐาน แต่ยังเป็นการเคลื่อนไหวภายใต้วัฏจักรขาขึ้นระยะยาว หรือ Supercycle ตามทฤษฎี Elliott Wave ของ Ralph Nelson Elliott ซึ่งเป็นรอบขาขึ้นที่มีอายุประมาณ 71 ปี
ปัจจุบันราคาทองคำเดินทางมาแล้วราว 55 ปี นับจากจุดเริ่มต้นของ Supercycle ในปี 2514 หลังสหรัฐอเมริกายกเลิกมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ส่งผลให้ทองคำเข้าสู่ระบบลอยตัวอย่างเสรี ทำให้ยังเหลือเวลาในรอบขาขึ้นอีกประมาณ 16 ปี
YLG มองว่า การปรับฐานในปัจจุบันเป็นเพียง คลื่น 4 ระดับ Cycle ซึ่งเป็นคลื่นย่อยภายในคลื่น 5 ของ Supercycle และเมื่อการพักฐานสิ้นสุดลง ราคาทองคำมีโอกาสเดินหน้าสู่ คลื่น 5 ระดับ Cycle ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของรอบขาขึ้นครั้งใหญ่
ทะลุ 5,000 ดอลลาร์ในมูลค่าจริง สะท้อนการค้นพบราคาใหม่
YLG ระบุว่า หากพิจารณาราคาทองคำในเชิงมูลค่าที่แท้จริง (Real Price) หลังหักผลกระทบจากเงินเฟ้อแล้ว พบว่าในปี 2569 ราคาทองคำสามารถปรับขึ้นเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ถือเป็นการทำจุดสูงสุดใหม่ที่สูงกว่ายุคปี 2523 ในแง่มูลค่าที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการเพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อ สะท้อนการเข้าสู่ช่วง Price Discovery หรือการค้นหาระดับราคาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณของขาขึ้นเชิงโครงสร้าง มากกว่าการปรับขึ้นจากปัจจัยระยะสั้น
5 ปัจจัยหนุน Supercycle โดย "ธนาคารกลาง" และ De-dollarization นำทีม
YLG ประเมินว่า การที่ทองคำเข้าสู่รอบขาขึ้นที่แข็งแกร่งกว่าทุกช่วงในรอบกว่า 20 ปี มาจากการบรรจบกันของปัจจัยบวกสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่
- การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก
- กระแสลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ (De-dollarization)
- ระดับหนี้สาธารณะโลกที่อยู่ในระดับสูง
- ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์
- เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง
โดยสองปัจจัยที่มีน้ำหนักมากที่สุด คือ การซื้อทองคำของธนาคารกลาง และ De-dollarization
ธนาคารกลางยังเดินหน้าซื้อทอง ผลสำรวจชี้ไม่มีประเทศใดคาดลดการถือครอง
YLG เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิประมาณ 244 ตัน สูงกว่าทั้งไตรมาสก่อนหน้าและสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของ World Gold Council ที่สอบถามธนาคารกลาง 76 แห่งทั่วโลก ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคมปีนี้ พบว่า
- 89% คาดว่าปริมาณทองคำสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า
- 11% มองว่าจะทรงตัว
- 0% ไม่มีธนาคารกลางแห่งใดคาดว่าปริมาณทองคำสำรองจะลดลง
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนความเชื่อมั่นของธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังให้ความสำคัญกับทองคำในฐานะสินทรัพย์สำรองระยะยาว
พักฐานเป็นจังหวะสะสม มองแนวรับใหญ่ 3,900-3,500 ดอลลาร์
สำหรับแนวโน้มระยะกลาง YLG และ World Gold Council ประเมินสอดคล้องกันว่า ราคาทองคำมีโอกาสพักฐานในกรอบ 3,900-3,500 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดย YLG แนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ ทยอยสะสม (Buy on Dip) โดยแบ่งซื้อเป็นไม้ ๆ หากราคาย่อลง
หากอ่อนตัวลงลึกสู่ 3,624-3,500 ดอลลาร์ สามารถเพิ่มน้ำหนักการลงทุนได้ เนื่องจากมองว่า Downside จำกัด ตราบใดที่โครงสร้างขาขึ้นระยะยาวยังไม่เปลี่ยนแปลง
จับตาแนวต้าน 4,382 ดอลลาร์ หากผ่านได้มีลุ้นไปต่อเหนือ 5,000 ดอลลาร์
YLG ประเมินแนวต้านแรกของราคาทองคำไว้ที่ 4,200-4,382 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หากราคายังไม่สามารถผ่านระดับดังกล่าวได้ จะยังอยู่ในช่วงการปรับฐาน (Correction) แต่หากสามารถทะลุแนวต้านดังกล่าวได้ จะเปิดโอกาสให้ราคาปรับขึ้นต่อ โดยมีแนวต้านสำคัญถัดไปบริเวณ 4,890-5,260 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ซึ่งถือเป็นระดับสำคัญของภาพใหญ่ในปีนี้







