thansettakij
thansettakij
จับตา FOMC 9 ก.ค. เขย่าตลาดโลก ลุ้น Fed ส่งสัญญาณดอกเบี้ย ดอลลาร์-ทองเสี่ยงผันผวน

จับตา FOMC 9 ก.ค. เขย่าตลาดโลก ลุ้น Fed ส่งสัญญาณดอกเบี้ย ดอลลาร์-ทองเสี่ยงผันผวน

06 ก.ค. 69 | 08:48 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.ค. 69 | 08:48 น.

ตลาดจับตารายงานประชุม FOMC วันที่ 9 ก.ค. และถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่ Fed ลุ้นสัญญาณดอกเบี้ยสหรัฐฯ หาก Fed ยังคุมเงินเฟ้อเข้มงวด อาจหนุนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ พร้อมกดดันราคาทองคำ

KEY

POINTS

  • ตลาดการเงินทั่วโลกจับตารายงานการประชุม FOMC ที่จะเปิดเผยในวันที่ 9 ก.ค. เพื่อประเมินทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
  • Fed ยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดนโยบายการเงิน
  • หาก Fed ส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและกดดันราคาทองคำ
  • นักลงทุนต้องติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed คนสำคัญและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลต่อความผันผวนของตลาด

สัปดาห์นี้ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC วันที่ 16-17 มิ.ย. รวมถึงถ้อยแถลงของกรรมการ Fed 2 คนสำคัญ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย นักวิเคราะห์มองหาก Fed ส่งสัญญาณคุมเงินเฟ้อเข้มงวดต่อเนื่อง อาจหนุนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์แข็งค่า กดดันราคาทองคำ ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเป็นตัวแปรสำคัญของตลาด

ตลาดจับตารายงานประชุม FOMC ลุ้นสัญญาณดอกเบี้ยสหรัฐฯ

สัปดาห์นี้ประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจ คือ การเปิดเผย รายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) วันที่ 16-17 มิถุนายน ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 9 กรกฎาคม โดยตลาดจะใช้รายงานดังกล่าวประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในช่วงครึ่งหลังของปี

ในการประชุมครั้งล่าสุด Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Federal Funds Rate) ไว้ที่ 3.50-3.75% พร้อมระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง แม้จะเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

Fed ยังให้น้ำหนัก "เงินเฟ้อ" มากกว่าการเติบโต

แม้เศรษฐกิจและตลาดแรงงานสหรัฐฯ จะยังมีความแข็งแกร่ง โดยการจ้างงานใหม่ยังเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับจำนวนแรงงานที่เข้าสู่ตลาด ส่งผลให้อัตราว่างงานอยู่ในระดับทรงตัว แต่คณะกรรมการ Fed ยังคงมองว่า เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี

ปัจจัยสำคัญยังมาจากผลกระทบของราคาพลังงานและภาวะช็อกด้านอุปทานที่ผลักดันต้นทุนสินค้าให้อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ Fed ยืนยันว่าจะเดินหน้าควบคุมเงินเฟ้ออย่างจริงจังจนกว่าจะกลับเข้าสู่เป้าหมาย

จับตาแนวคิดยกเลิก Forward Guidance

อีกประเด็นที่ตลาดให้ความสำคัญ คือ แนวคิดของ เควิน วอร์ช ที่เสนอให้ Fed ลดการใช้ Forward Guidance หรือการส่งสัญญาณทิศทางนโยบายล่วงหน้า เพื่อให้การดำเนินนโยบายการเงินมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และไม่ชี้นำตลาดจนเกินไป

หากรายงานการประชุม FOMC สะท้อนแนวคิดดังกล่าวอย่างชัดเจน อาจทำให้ตลาดการเงินมีความผันผวนมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนจะต้องพึ่งพาข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลักในการประเมินทิศทางดอกเบี้ย

นักวิเคราะห์มองว่า หาก Fed ยังคงย้ำเป้าหมายการควบคุมเงินเฟ้อและส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป อาจเป็นปัจจัยหนุนให้ ดัชนีดอลลาร์ (DXY) และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะกดดันราคาทองคำในระยะสั้น

จับตาถ้อยแถลง "วอลเลอร์-วิลเลียมส์"

นอกจากรายงานการประชุม FOMC แล้ว ตลาดยังติดตามการแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่ Fed 2 คนสำคัญ ได้แก่

  • 6 กรกฎาคม เวลา 22.00 น. นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการ Fed จะกล่าวสุนทรพจน์ด้านนโยบายการเงิน โดยก่อนหน้านี้ได้แสดงความกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงานอาจยืดเยื้อกว่าที่คาด และยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อไม่ชะลอลง
  • 9 กรกฎาคม เวลา 20.00 น. นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธาน Fed สาขานิวยอร์ก จะกล่าวถึงแนวโน้มนโยบายการเงิน หลังเคยประเมินว่าเงินเฟ้ออาจไม่กลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% จนถึงปี 2028 แม้มองว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับเหมาะสมแล้ว 

ข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ อาจเปลี่ยนมุมมอง Fed

นักลงทุนยังต้องติดตามว่าหลังการประกาศตัวเลข การจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls) ที่เพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาด ขณะที่อัตราว่างงานออกมาดีกว่าที่ตลาดประเมิน จะส่งผลให้เจ้าหน้าที่ Fed ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อนโยบายการเงินหรือไม่

หากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed มีน้ำเสียง เข้มงวด (Hawkish) มากขึ้น อาจกดดันราคาทองคำและหนุนค่าเงินดอลลาร์ แต่หากส่งสัญญาณ ผ่อนคลาย (Dovish) ตลาดอาจกลับมาคาดหวังการลดดอกเบี้ย ส่งผลบวกต่อราคาทองคำและสินทรัพย์เสี่ยง

ประเด็นเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้

นักลงทุนควรจับตาข้อมูลสำคัญ ได้แก่

  • ดัชนี ISM PMI ภาคบริการ เดือนมิถุนายนของสหรัฐฯ
  • ตัวเลข ดุลการค้าสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคม
  • ตัวเลข ดุลการค้าจีน เดือนมิถุนายน
  • รายงานการประชุม FOMC วันที่ 16-17 มิถุนายน
  • จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ