thansettakij
thansettakij
อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ 2 ก.ค.69 เงินบาทปิดแข็งค่าแตะ 33.30 บาท รับฟันด์โฟลว์

อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ 2 ก.ค.69 เงินบาทปิดแข็งค่าแตะ 33.30 บาท รับฟันด์โฟลว์

02 ก.ค. 69 | 11:36 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.ค. 69 | 11:36 น.

เงินบาทปิดตลาดที่ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้าและสกุลเงินเอเชียแข็งค่า ตลาดจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ คืนนี้ เพื่อประเมินทิศทางดอลลาร์และดอกเบี้ยเฟด

KEY

POINTS

  • เงินบาทปิดตลาดวันที่ 2 ก.ค. 69 แข็งค่าขึ้นที่ระดับ 33.30 บาทต่อดอลลาร์
  • การแข็งค่าได้รับแรงหนุนหลักจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ที่ไหลเข้าซื้อสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย
  • ปัจจัยอื่นที่ส่งผลคือการแข็งค่าของสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์ขาดปัจจัยหนุนใหม่
  • นักลงทุนกำลังรอติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งจะกำหนดทิศทางนโยบายการเงินของเฟดในอนาคต

เงินบาทปิดตลาดแข็งค่าที่ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ สอดคล้องกับแรงซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย รวมถึงการแข็งค่าของสกุลเงินเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์ยังไร้ปัจจัยหนุน นักลงทุนทั่วโลกรอติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ คืนนี้ ซึ่งอาจกำหนดทิศทางค่าเงินและนโยบายดอกเบี้ยของเฟดในระยะต่อไป

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดเปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่ระดับ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดวันก่อนหน้าที่ 33.39 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลอดวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบค่อนข้างแคบที่ 33.25-33.39 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ยังอยู่ในโหมดรอปัจจัยใหม่จากสหรัฐฯ

การแข็งค่าของเงินบาทในวันนี้สอดคล้องกับทิศทางเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสินทรัพย์ไทย รวมถึงการแข็งค่าของหลายสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะเงินเยนที่ได้รับแรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงตลาด หากค่าเงินเคลื่อนไหวผันผวนเกินไป

ฟันด์โฟลว์หนุนเงินบาทแข็งค่า

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนค่าเงินบาทมาจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลกลับเข้าสู่ตลาดการเงินไทย โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยมูลค่า 8,560 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทยอีก 2,789 ล้านบาท ส่งผลให้เงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าต่อเนื่อง แม้กรอบการเคลื่อนไหวระหว่างวันจะไม่กว้างนัก

ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์สหรัฐยังขาดแรงหนุนใหม่ เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอการลงทุนเพื่อรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ซึ่งจะประกาศในคืนนี้ และอาจส่งผลต่อการประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

ผู้ประกอบการจับตาต้นทุนป้องกันความเสี่ยง

สำหรับค่าเฉลี่ย Indicative Forward Points ของธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า (Forward) อายุ 3 เดือน สำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยรายงาน ณ เวลา 10.00 น. วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 อยู่ที่ -26.85 สตางค์ต่อดอลลาร์ สำหรับผู้ส่งออกที่ขายเงินดอลลาร์ล่วงหน้า และ -23.79 สตางค์ต่อดอลลาร์ สำหรับผู้นำเข้าที่ซื้อเงินดอลลาร์ล่วงหน้า

ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลอ้างอิงที่ผู้ประกอบการสามารถใช้ประกอบการบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงที่ตลาดการเงินโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง

จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ และดัชนี PMI หลายประเทศ

สำหรับวันพรุ่งนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทไว้ที่ 33.25-33.40 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามยังคงเป็นตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางเงินดอลลาร์และการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยของเฟด

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอติดตามทิศทางเงินเยน กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ ความคืบหน้าสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนมิถุนายนของญี่ปุ่น จีน ยูโรโซน และสหราชอาณาจักร ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและทิศทางตลาดการเงินในระยะสั้น