thansettakij
thansettakij
กกร. ชี้เศรษฐกิจไทยฟื้นแบบ K-Shaped หนุนปฏิรูปโครงสร้าง เร่งดัน New Economy

กกร. ชี้เศรษฐกิจไทยฟื้นแบบ K-Shaped หนุนปฏิรูปโครงสร้าง เร่งดัน New Economy

01 ก.ค. 69 | 08:08 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ก.ค. 69 | 08:08 น.

กกร. ชี้เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวแบบ K-Shaped แม้ AI และ Data Center หนุนส่งออก ลงทุน เร่งปฏิรูปโครงสร้าง ยกระดับผลิตภาพ ดึง FDI เตรียมจัดเวทีคู่ขนาน 'IMF-World' สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย

KEY

POINTS

  • เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแบบ K-Shaped โดยการส่งออกและการลงทุนด้าน AI เติบโตดี แต่ SMEs และแรงงานยังไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่
  • กกร. เสนอให้เร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับผลิตภาพแรงงาน
  • ผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ (New Economy) โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและ FDI เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย
  • เตรียมจัดเวทีคู่ขนานการประชุม IMF-World Bank ปี 2026 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและแสดงศักยภาพของประเทศ

กกร. ระบุความเสี่ยงด้านพลังงานโลกเริ่มคลี่คลายหลังสหรัฐฯ-อิหร่านหยุดยิงชั่วคราว หนุนราคาน้ำมันลดลง ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังเติบโตแบบ K-Shaped แม้ส่งออกและการลงทุนจาก AI-Data Center หนุน GDP แต่ SMEs และแรงงานยังไม่ได้อานิสงส์เต็มที่ พร้อมเสนอเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ยกระดับผลิตภาพ และเตรียมจัดเวทีคู่ขนาน IMF-World Bank Annual Meeting 2026 สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลก

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) แถลงภาวะเศรษฐกิจประจำเดือนกรกฎาคม 2569

กกร. ชี้ความเสี่ยงพลังงานเริ่มคลี่คลาย แต่ยังต้องจับตา Energy Security

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร กรุงไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทยเปิดเผยว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) ประเมินว่า สถานการณ์ความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานพลังงาน (Energy Supply Chain Disruption) เริ่มผ่อนคลายลง หลังสหรัฐอเมริกาและอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ส่งผลให้ความกังวลต่อภาคการผลิตลดลง และราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวลดลงตามลำดับ 

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร กรุงไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย

ราคาน้ำมันดิบในเดือนมิถุนายน 2569 ปรับลดลงจากระดับประมาณ 75 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนการหยุดยิง มาอยู่ที่ราว 68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายรายการก็ทยอยปรับลดลงหลังผ่านจุดสูงสุดจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม กกร. เห็นว่า ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและระดับน้ำมันสำรองของประเทศสมาชิก OECD ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ อาจทำให้ราคาน้ำมันไม่ลดลงมากกว่าระดับปัจจุบัน จึงยังจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน พร้อมเสนอให้ผ่อนคลายข้อจำกัดด้านกฎหมายในภาคพลังงาน เช่น การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป เพื่อบริหารจัดการสต๊อกน้ำมันและลดต้นทุนพลังงานของประเทศ

AI และ Data Center หนุนเศรษฐกิจ แต่การเติบโตยังกระจุกตัว

นายผยงระบุว่า กระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) กำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ผ่านการขยายตัวของภาคการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับเพิ่มประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2569 เป็น 2.3% 

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังอยู่ในลักษณะ K-Shaped โดยครัวเรือนจำนวนมากยังเผชิญกำลังซื้อที่อ่อนแอจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นและตลาดแรงงานที่ชะลอตัว ขณะที่การส่งออกและเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) แม้ขยายตัวดี แต่ยังไม่สามารถส่งผ่านผลประโยชน์ไปสู่ภาคเศรษฐกิจจริง การจ้างงาน และผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ อัตราการใช้กำลังการผลิตในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดั้งเดิม ยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ SMEs และผู้ประกอบการนอกระบบยังไม่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องเร่งใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและ FDI เพื่อยกระดับผลิตภาพแรงงาน สนับสนุนการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตผ่านแนวคิด Thailand Content และ Regional Value Content (RVC) รองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัยในอนาคต 

เร่งปฏิรูปโครงสร้าง ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน

กกร. สนับสนุนการเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แม้ว่าผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของ IMD ปี 2026 ไทยจะขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 26 จากอันดับ 30 ในปีก่อน แต่ยังมีหลายด้านที่ต้องเร่งปรับปรุง ท่ามกลางการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้านและความคาดหวังของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่อการปฏิรูปเชิงโครงสร้างของไทย

กกร. เห็นว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบข้อมูลที่มีมาตรฐานและเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะข้อมูลด้านแรงงาน เพื่อให้การออกแบบนโยบายมีความแม่นยำ ลดต้นทุนแฝงของระบบ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาครัฐ

พร้อมกันนี้ กกร. จะทำงานร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เพื่อผลักดันการปฏิรูปเศรษฐกิจผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ สอดคล้องกับข้อเสนอของธนาคารโลก (World Bank) ที่ตั้งเป้าผลักดันไทยสู่ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี และแนวทาง Reinvent Thailand ที่มุ่งพัฒนา 7 อุตสาหกรรมเป้าหมายให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ

เตรียมจัดเวทีคู่ขนาน IMF-World Bank Annual Meeting 2026

กกร. เปิดเผยว่า จะร่วมกับธนาคารโลก ภาครัฐ และภาคเอกชน จัดงาน Affiliated Program ของ IMF-World Bank Annual Meeting 2026 ก่อนการประชุมใหญ่ในเดือนตุลาคม 2569 เพื่อแสดงศักยภาพของประเทศไทยต่อประชาคมโลก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ

เวทีดังกล่าวจะมุ่งนำเสนอทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่ให้ความสำคัญกับผลิตภาพ นวัตกรรม และการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว