thansettakij
thansettakij
​"พจน์ อร่ามวัฒนานนท์" นัดถก 26 หน่วยงานรัฐสัปดาห์หน้า! เร่งเคลียร์เกณฑ์ OECD - World Bank กู้ชื่อความโปร่งใสไทย

กกร. นัด 26 หน่วยงานรัฐ เคลียร์เกณฑ์ OECD-ธนาคารโลก กู้ดัชนีคอร์รัปชันไทย

18 มิ.ย. 69 | 06:27 น.
อัปเดตล่าสุด :18 มิ.ย. 69 | 07:33 น.

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ เผยเตรียมเชิญ 26 หน่วยงานรัฐ ถกเข้มสัปดาห์หน้า เจาะลึกเกณฑ์ OECDและธนาคารโลก เพื่อแก้ปัญหาและยกระดับดัชนีคอร์รัปชันของไทยให้ดีขึ้น แนะเร่งสังคายนากฎหมายลูก 1.5 หมื่นฉบับ ลดดุลยพินิจเจ้าหน้าที่ถาวร

KEY

POINTS

  • กกร. เตรียมเชิญ 26 หน่วยงานภาครัฐที่ถูกระบุในผลสำรวจความโปร่งใส มาประชุมร่วมกันเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาการทุจริต
  • การหารือมุ่งเน้นการทำความเข้าใจและปรับปรุงการทำงานให้สอดคล้องกับเกณฑ์ของ OECD และธนาคารโลก เพื่อยกระดับดัชนีคอร์รัปชัน (CPI) ของไทย
  • ภาคเอกชนต้องการขยายผลโครงการ "Sandbox" ด้านความโปร่งใสที่นำร่องแล้วกับ 3 กรม ไปยังหน่วยงานอื่นๆ ให้กว้างขวางขึ้นก่อนการประเมินในเดือนตุลาคม
  • มีการชี้ถึงปัญหาเชิงโครงสร้างจากกฎหมายลำดับรองกว่า 15,000 ฉบับ

ในงานเสวนาหัวข้อ "ลดช่องว่าง ลดทุจริต : เห็นก่อนโกง รู้ก่อนทุจริต" (Corruption Risk Assessment) ณ อาคารเนชั่น กรุ๊ป เมื่อ 17 มิถุนายน 2569 "ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย" ได้เปิดเผยแผนการเชิงรุกของภาคเอกชนในการต่อต้านการทุจริต โดยประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามองคือการขยายผลจากแบบสำรวจความโปร่งใสไปสู่การปฏิบัติงานร่วมกับภาครัฐอย่างจริงจัง

นัดถก 26 หน่วยงานรัฐสัปดาห์หน้า เจาะลึกเกณฑ์สากล

ดร.พจน์ ระบุว่าในสัปดาห์หน้าภาคเอกชนเตรียมเชิญ 26 หน่วยงานภาครัฐ ที่มีชื่อปรากฏอยู่ในผลการทำแบบสำรวจเกี่ยวกับความโปร่งใสและการคอร์รัปชัน มาประชุมร่วมกันเพื่อถกปัญหาและหาทางออกร่วมกัน

"วัตถุประสงค์หลักของการเชิญ 26 หน่วยงานในครั้งนี้ คือการนำข้อมูลจากผลสำรวจมาวิเคราะห์อย่างละเอียด รวมถึงการทำความเข้าใจกับคำถามและเกณฑ์การประเมินของ OECD และ World Bank ว่ามีการเจาะลึกในประเด็นใดบ้าง เพื่อให้หน่วยงานเหล่านี้ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานโลก และเป็นการชักชวนให้หน่วยงานอื่น ๆ เข้าร่วมทำ Sandbox" ความโปร่งใสเพิ่มเติม" ดร.พจน์ กล่าว

หวังขยายผลจาก Sandbox หลังนำร่อง 3 กรม

ดร.พจน์ ระบุว่า ปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐ 3 แห่งที่ได้เริ่มทำ Sandbox ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) แล้ว ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมทรัพย์สินทางปัญญา และกรมศุลกากร ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การจัดทำระบบการเปิดเผยข้อมูล แก่ประชาชนและผู้ประกอบการเพื่อความโปร่งใส

"ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์  ร่วมเสวนาหัวข้อ "ลดช่องว่าง ลดทุจริต : เห็นก่อนโกง รู้ก่อนทุจริต" (Corruption Risk Assessment) ณ อาคารเนชั่น กรุ๊ป เมื่อ 17 มิถุนายน 2569 ยืนยันภาคเอกชนขับเคลื่อนมาตรการต่อต้านการทุจริตเชิงรุก

"หวังว่าการดึง 26 หน่วยงานมาหารือในสัปดาห์หน้า จะช่วยให้เกิดความร่วมมือในลักษณะ Sandbox กระจายไปยังส่วนงานอื่น ๆ มากยิ่งขึ้น เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมก่อนที่ธนาคารโลก จะเข้ามาประเมินในช่วงเดือนตุลาคมนี้"

กฎหมายลูก 15,000 ฉบับ ต้นตอ "ดุลยพินิจ" ที่ต้องเร่งสาง

นอกจากการกดดันผ่านผลสำรวจแล้ว ดร.พจน์ ยังเน้นย้ำถึงการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งเป็นหัวใจของการลดทุจริต โดยระบุว่าประเทศไทยมีพระราชบัญญัติกว่า 900 ฉบับ แต่กลับมีกฎหมายลำดับรอง เช่น กฎกระทรวง และประกาศกรม มากถึง 15,000 ฉบับ กฎหมายลูกเหล่านี้มักสร้างเงื่อนไขที่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจสูงมาก ซึ่งเป็นต้นตอของการเรียกรับผลประโยชน์

ขณะนี้ กกร. ได้ระบุ 7 อุตสาหกรรมหลัก ที่เป็นฟันเฟืองเศรษฐกิจ และรวบรวมปัญหาจากสมาคมการค้าต่าง ๆ เพื่อเสนอแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อรัฐบาล โดยมีการตั้งคณะทำงานด่วนซึ่งตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเห็นความเปลี่ยนแปลงภายใน 2 เดือน

ภาพประกอบการเสวนาของ ดร.พจน์ ชี้ให้เห็นอุปสรรคในการขับเคลื่อนมาตรการต่อต้านการทุจริต พบว่ามีกฎหมายลำดับรองกว่า 15,000 ฉบับ  ที่เป็นเรื่องใหญ่

เป้าหมาย CPI ต้องดีขึ้น เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย

ดร.พจน์ ย้ำว่าปัญหาคอร์รัปชันไม่ใช่เรื่องของเอกชนและหน่วยงานรัฐอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของประเทศชาติ พร้อมกับยกข้อมูลจาก TDRI ระบุว่าไทยสูญเสียเงินไปกับการโกงถึงปีละเกือบ 5 แสนล้านบาท และทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติหายไป หากดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของไทยไม่ดีขึ้น หรือยังคงต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศไทยจะประสบความยากลำบากในการดึงดูดการลงทุนในอนาคตอย่างแน่นอน

"เราไม่ได้ต้องการแค่จับโกง แต่เราต้องการผลักดันตั้งแต่ต้นน้ำ คือการปลูกฝังจิตสำนึก และการใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐเข้าด้วยกันเพื่อลดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน" ดร.พจน์ กล่าวทิ้งท้าย

พร้อมฝากให้รัฐบาลเร่งประชาสัมพันธ์ พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกฉบับใหม่ ให้เจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนรับรู้สิทธิของตนเองอย่างทั่วถึงเพื่อไม่มีปัญหาในการปฏิบัติในอนาคต