thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาทวันนี้ 25 มิ.ย.69 เงินบาทเปิดเช้านี้ 33.43 บาท  ทรงตัวไร้ทิศทาง

ค่าเงินบาทวันนี้ 25 มิ.ย.69 เงินบาทเปิดเช้านี้ 33.43 บาท ทรงตัวไร้ทิศทาง

25 มิ.ย. 69 | 03:22 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มิ.ย. 69 | 03:23 น.

เงินบาทเปิดเช้า 33.43 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวรอปัจจัยใหม่ ตลาดจับตาเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ คืนนี้ ซึ่งอาจกำหนดทิศทางดอกเบี้ยเฟดและค่าเงินบาท โดยมีโอกาสแกว่งในกรอบ 33.20-33.60 บาทต่อดอลลาร์

KEY

POINTS

  • เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ 33.43 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวจากวันก่อนหน้าและเคลื่อนไหวไร้ทิศทาง
  • ตลาดกำลังจับตาการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางค่าเงินในระยะถัดไป
  • ผลประกอบการที่ดีกว่าคาดของหุ้นกลุ่ม AI (Micron) ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดเอเชีย
  • ธนาคารกรุงไทยคาดการณ์ว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-33.60 บาทต่อดอลลาร์ และยังมีความเสี่ยงผันผวนทั้งสองทิศทาง

ค่าเงินบาทเปิดเช้าที่ 33.43 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวจากวันก่อนหน้า ท่ามกลางตลาดจับตาเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ และผลประกอบการหุ้น AI โดยเฉพาะ Micron ที่ออกมาดีกว่าคาด ช่วยหนุนบรรยากาศลงทุนเอเชีย ขณะที่กรุงไทยมองเงินบาทยังเสี่ยง “Two-way risk” และแกว่งในกรอบ 33.20-33.60 บาทต่อดอลลาร์ใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.43 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดวันก่อนหน้า โดยตลอดช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.38-33.48 บาทต่อดอลลาร์ ลักษณะ Sideways ไร้ทิศทางชัดเจน

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

แม้เงินบาทจะมีจังหวะอ่อนค่าเข้าใกล้แนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ตามแรงกดดันจากราคาทองคำที่ปรับตัวลงหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่การอ่อนค่าถูกชะลอลงหลังเงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าบางส่วน ตามการปรับลดลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี และราคาน้ำมันดิบที่ลดลงต่อเนื่อง จากสัญญาณการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz ที่เริ่มฟื้นตัว

ตลาดลดคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย

ปัจจัยดังกล่าวทำให้นักลงทุนปรับลดความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) โดยเหลือโอกาสราว 44% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากความกังวลต่อผลประกอบการของหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor โดยเฉพาะ Micron ที่ประกาศผลหลังปิดตลาดสหรัฐฯ

Micron ดีกว่าคาด หนุนหุ้นเทคฯ ฟื้น

ก่อนประกาศผล นักลงทุนยังไม่กล้าเปิดรับความเสี่ยงเต็มที่ ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 0.09% และ Nasdaq ลดลง 0.43% ขณะที่หุ้นพลังงานถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัว

อย่างไรก็ดี ผลประกอบการของ Micron ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาดมาก ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งกว่า 15% ในช่วง After Market และช่วยหนุนสัญญาฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นราว 0.53% ในการซื้อขายช่วงเช้าตลาดเอเชีย

ยุโรปรีบาวด์เล็กน้อย-บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ลดลง

ฝั่งยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับขึ้น 0.08% โดยได้แรงหนุนจากหุ้นสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าแบรนด์เนม และกลุ่ม Healthcare ขณะที่หุ้นพลังงานยังเผชิญแรงขายตามราคาน้ำมัน

ส่วนบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลงต่อเนื่องสู่ 4.40% สะท้อนมุมมองตลาดที่เริ่มลดความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

จับตา PCE คืนนี้ ตัวชี้ชะตาทิศทางเงินบาท

ไฮไลต์สำคัญในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า อยู่ที่การประกาศ ดัชนีเงินเฟ้อ PCE เดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ รวมถึงข้อมูล GDP ไตรมาสแรก ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน

หากเงินเฟ้อออกมาตามคาดหรือต่ำกว่าคาด ตลาดอาจลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเพิ่มเติม ส่งผลให้เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าทดสอบ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ แต่หากเงินเฟ้อสูงกว่าคาดและสะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่กระจายวงกว้าง เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นทันที และกดดันให้เงินบาท อ่อนค่าทะลุ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีโอกาสทดสอบโซน 33.70-33.80 บาทต่อดอลลาร์

กรุงไทยมองเงินบาทยังเสี่ยง “Two-way risk”

Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมองว่าเงินบาทเผชิญความเสี่ยง Two-way risk ในระยะสั้น จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทิศทางดอกเบี้ยเฟด และกระแสเงินทุนต่างชาติ โดยแนะนำให้ผู้ประกอบการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะ Options เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาด

ทั้งนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้ที่ 33.20-33.60 บาทต่อดอลลาร์