
อัพเดท ค่าเงินบาทวันนี้ 24 มิ.ย.69 เงินบาททะลุ 33.30 บาท อ่อนค่าสุดรอบใหม่
เงินบาทเปิดที่ 33.28 บาทต่อดอลลาร์ ทะลุแนวต้าน 33 บาท รับแรงหนุนดอลลาร์แข็งจาก PMI สหรัฐสดใสและแรงขายหุ้น AI ทั่วโลก ตลาดจับตาผลประชุม กนง. คาดคงดอกเบี้ย 1%
KEY
POINTS
- เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าลงที่ 32.98 บาทต่อดอลลาร์ และมีแนวโน้มทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 33 บาทต่อดอลลาร์
- ปัจจัยหลักที่กดดันเงินบาทคือการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ จากการที่ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
- การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่กลับมายืนเหนือ 4.50% และราคาทองคำที่ลดลง เป็นอีกแรงกดดันต่อค่าเงินบาท
เงินบาทเปิดที่ 33.28 บาทต่อดอลลาร์ ทะลุแนวต้าน 33 บาท รับแรงหนุนดอลลาร์แข็งจาก PMI สหรัฐสดใสและแรงขายหุ้น AI ทั่วโลก ตลาดจับตาผลประชุม กนง. คาดคงดอกเบี้ย 1% พร้อมลุ้นผลประกอบการ Micron ชี้ทิศทางตลาดการเงินโลก.
เงินบาทเปิดตลาดที่ 33.28 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากวันก่อนหน้าและทะลุแนวต้านสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ท่ามกลางแรงหนุนของเงินดอลลาร์จากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าคาด ประกอบกับแรงขายหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกที่ฉุดบรรยากาศการลงทุนเข้าสู่โหมดปิดรับความเสี่ยง ขณะที่ตลาดจับตาผลประชุม กนง. และผลประกอบการของ Micron ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดการเงินระยะสั้น
เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง ทะลุแนวต้าน 33 บาท
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.28 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.15 บาทต่อดอลลาร์
นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวอ่อนค่าต่อเนื่องในกรอบ 33.12-33.30 บาทต่อดอลลาร์ และสามารถทะลุแนวต้านสำคัญบริเวณ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้สำเร็จ โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโลก
หุ้น AI ทั่วโลกถูกเทขาย ฉุดตลาดเข้าสู่ภาวะ Risk-Off
บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกถูกกดดันจากแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI และเซมิคอนดักเตอร์ หลังนักลงทุนเริ่มกังวลต่อแนวโน้มผลประกอบการและระดับมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง
หุ้น Micron ปรับตัวลดลงกว่า 13% ก่อนประกาศผลประกอบการ ส่งผลให้เกิดแรงขายในหุ้นกลุ่มเดียวกันทั่วโลก กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและกระตุ้นให้เกิดการโยกย้ายเงินลงทุนเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง 1.44% ขณะที่ Nasdaq ดิ่งลง 2.21% สะท้อนแรงกดดันที่เกิดขึ้นกับหุ้นเทคโนโลยีอย่างชัดเจน
ดอลลาร์แข็งค่ารับ PMI สหรัฐสดใส
อีกปัจจัยสำคัญที่หนุนค่าเงินดอลลาร์คือรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐในเดือนมิถุนายนที่ออกมาดีกว่าคาดการณ์
ขณะเดียวกัน ตัวเลข PMI ของยูโรโซนและอังกฤษส่วนใหญ่ออกมาอ่อนแอกว่าที่ตลาดคาด ทำให้เงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 101.4 จุด
นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงเชื่อมั่นว่าเฟดมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ ส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปี ยืนเหนือระดับ 4.50% และเป็นอีกแรงสนับสนุนต่อการแข็งค่าของเงินดอลลาร์
ทองคำหลุด 4,100 ดอลลาร์ ซ้ำเติมแรงกดดันเงินบาท
ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงต่อเนื่องจนหลุดระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มสภาพคล่องในพอร์ตการลงทุน ประกอบกับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น
การปรับฐานของราคาทองคำส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทเพิ่มเติม เนื่องจากตลาดทองคำยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อทิศทางกระแสเงินทุนและค่าเงินไทย
จับตาผลประชุม กนง. คาดคงดอกเบี้ย 1%
สำหรับปัจจัยสำคัญในประเทศ ตลาดให้น้ำหนักกับผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันนี้ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า กนง. จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00%
เหตุผลสำคัญคือการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางผลกระทบจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่ได้เร่งตัวขึ้นในวงกว้างจนจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น
Micron อาจเป็นตัวแปรใหม่ของตลาดโลก
นอกเหนือจากการประชุม กนง. นักลงทุนทั่วโลกยังจับตารายงานผลประกอบการของ Micron ซึ่งจะประกาศหลังปิดตลาดสหรัฐ
นักวิเคราะห์มองว่า หากผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด อาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นต่อหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ ส่งผลให้ตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น และลดแรงหนุนต่อเงินดอลลาร์
ในทางกลับกัน หากผลประกอบการน่าผิดหวัง อาจกระตุ้นแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีรอบใหม่ และกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าต่อได้
แนวโน้มเงินบาทยังอยู่ในทิศทางอ่อนค่า
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า แม้เงินบาทจะอ่อนค่ามากกว่าที่คาดไว้ แต่แนวโน้มระยะสั้นยังคงเผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และมุมมองของตลาดที่เชื่อว่าเฟดอาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ
อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทอาจเริ่มจำกัดมากขึ้นบริเวณแนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ปัจจัยที่อาจช่วยให้เงินบาทกลับมาแข็งค่าได้ ได้แก่ การฟื้นตัวของตลาดหุ้นโลก การกลับมาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ และการปรับลดความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด
ทั้งนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้ที่ 33.15-33.50 บาทต่อดอลลาร์







