thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาทวันนี้ 24 มิ.ย.69 เงินบาทอ่อนค่าใกล้ 33 บาท รับแรงหนุนดอลลาร์แข็ง

อัพเดท ค่าเงินบาทวันนี้ 24 มิ.ย.69 เงินบาททะลุ 33.30 บาท อ่อนค่าสุดรอบใหม่

24 มิ.ย. 69 | 04:24 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ก.ค. 69 | 09:54 น.

เงินบาทเปิดที่ 33.28 บาทต่อดอลลาร์ ทะลุแนวต้าน 33 บาท รับแรงหนุนดอลลาร์แข็งจาก PMI สหรัฐสดใสและแรงขายหุ้น AI ทั่วโลก ตลาดจับตาผลประชุม กนง. คาดคงดอกเบี้ย 1%

KEY

POINTS

  • เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าลงที่ 32.98 บาทต่อดอลลาร์ และมีแนวโน้มทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 33 บาทต่อดอลลาร์
  • ปัจจัยหลักที่กดดันเงินบาทคือการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ จากการที่ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
  • การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่กลับมายืนเหนือ 4.50% และราคาทองคำที่ลดลง เป็นอีกแรงกดดันต่อค่าเงินบาท

เงินบาทเปิดที่ 33.28 บาทต่อดอลลาร์ ทะลุแนวต้าน 33 บาท รับแรงหนุนดอลลาร์แข็งจาก PMI สหรัฐสดใสและแรงขายหุ้น AI ทั่วโลก ตลาดจับตาผลประชุม กนง. คาดคงดอกเบี้ย 1% พร้อมลุ้นผลประกอบการ Micron ชี้ทิศทางตลาดการเงินโลก.

เงินบาทเปิดตลาดที่ 33.28 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากวันก่อนหน้าและทะลุแนวต้านสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ท่ามกลางแรงหนุนของเงินดอลลาร์จากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่าคาด ประกอบกับแรงขายหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกที่ฉุดบรรยากาศการลงทุนเข้าสู่โหมดปิดรับความเสี่ยง ขณะที่ตลาดจับตาผลประชุม กนง. และผลประกอบการของ Micron ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดการเงินระยะสั้น

เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง ทะลุแนวต้าน 33 บาท

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.28 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.15 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวอ่อนค่าต่อเนื่องในกรอบ 33.12-33.30 บาทต่อดอลลาร์ และสามารถทะลุแนวต้านสำคัญบริเวณ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้สำเร็จ โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโลก

 

หุ้น AI ทั่วโลกถูกเทขาย ฉุดตลาดเข้าสู่ภาวะ Risk-Off

บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกถูกกดดันจากแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI และเซมิคอนดักเตอร์ หลังนักลงทุนเริ่มกังวลต่อแนวโน้มผลประกอบการและระดับมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง

หุ้น Micron ปรับตัวลดลงกว่า 13% ก่อนประกาศผลประกอบการ ส่งผลให้เกิดแรงขายในหุ้นกลุ่มเดียวกันทั่วโลก กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและกระตุ้นให้เกิดการโยกย้ายเงินลงทุนเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง 1.44% ขณะที่ Nasdaq ดิ่งลง 2.21% สะท้อนแรงกดดันที่เกิดขึ้นกับหุ้นเทคโนโลยีอย่างชัดเจน

ดอลลาร์แข็งค่ารับ PMI สหรัฐสดใส

อีกปัจจัยสำคัญที่หนุนค่าเงินดอลลาร์คือรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐในเดือนมิถุนายนที่ออกมาดีกว่าคาดการณ์

ขณะเดียวกัน ตัวเลข PMI ของยูโรโซนและอังกฤษส่วนใหญ่ออกมาอ่อนแอกว่าที่ตลาดคาด ทำให้เงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 101.4 จุด

นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงเชื่อมั่นว่าเฟดมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ ส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปี ยืนเหนือระดับ 4.50% และเป็นอีกแรงสนับสนุนต่อการแข็งค่าของเงินดอลลาร์

ทองคำหลุด 4,100 ดอลลาร์ ซ้ำเติมแรงกดดันเงินบาท

ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงต่อเนื่องจนหลุดระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มสภาพคล่องในพอร์ตการลงทุน ประกอบกับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น

การปรับฐานของราคาทองคำส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทเพิ่มเติม เนื่องจากตลาดทองคำยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อทิศทางกระแสเงินทุนและค่าเงินไทย

จับตาผลประชุม กนง. คาดคงดอกเบี้ย 1%

สำหรับปัจจัยสำคัญในประเทศ ตลาดให้น้ำหนักกับผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันนี้ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า กนง. จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00%

เหตุผลสำคัญคือการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางผลกระทบจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่ได้เร่งตัวขึ้นในวงกว้างจนจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น

Micron อาจเป็นตัวแปรใหม่ของตลาดโลก

นอกเหนือจากการประชุม กนง. นักลงทุนทั่วโลกยังจับตารายงานผลประกอบการของ Micron ซึ่งจะประกาศหลังปิดตลาดสหรัฐ

นักวิเคราะห์มองว่า หากผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด อาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นต่อหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ ส่งผลให้ตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น และลดแรงหนุนต่อเงินดอลลาร์

ในทางกลับกัน หากผลประกอบการน่าผิดหวัง อาจกระตุ้นแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีรอบใหม่ และกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าต่อได้

แนวโน้มเงินบาทยังอยู่ในทิศทางอ่อนค่า

Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า แม้เงินบาทจะอ่อนค่ามากกว่าที่คาดไว้ แต่แนวโน้มระยะสั้นยังคงเผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และมุมมองของตลาดที่เชื่อว่าเฟดอาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ

อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทอาจเริ่มจำกัดมากขึ้นบริเวณแนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ปัจจัยที่อาจช่วยให้เงินบาทกลับมาแข็งค่าได้ ได้แก่ การฟื้นตัวของตลาดหุ้นโลก การกลับมาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ และการปรับลดความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

ทั้งนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้ที่ 33.15-33.50 บาทต่อดอลลาร์