thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาทวันนี้ 23 มิ.ย.69 เงินบาทอ่อนค่าใกล้ 33 บาท จับตาตะวันออกกลางปะทุ

ค่าเงินบาทวันนี้ 23 มิ.ย.69 เงินบาทอ่อนค่าใกล้ 33 บาท จับตาตะวันออกกลางปะทุ

22 มิ.ย. 69 | 01:44 น.
อัปเดตล่าสุด :22 มิ.ย. 69 | 01:44 น.

Krungthai GLOBAL MARKETS ชี้ เงินบาทเปิดสัปดาห์อ่อนค่าที่ 32.94 บาท รับแรงกดดันจากความตึงเครียดตะวันออกกลางและสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยของเฟด มีโอกาสทดสอบแนวต้าน 33.00-33.20 บาทต่อดอลลาร์

KEY

POINTS

  • เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าลงใกล้ระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแนวโน้มทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 33.00-33.20 บาท
  • ปัจจัยหลักที่กดดันเงินบาทคือความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุ ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
  • ตลาดการเงินยังคงกังวลต่อทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่มีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งเป็นอีกแรงหนุนต่อค่าเงินดอลลาร์

กรุงไทย โกลบอล มาร์เก็ตส์ มองเงินบาทเปิดสัปดาห์อ่อนค่าที่ 32.94 บาทต่อดอลลาร์ หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาสร้างแรงกังวลต่อตลาดการเงินโลก หนุนดอลลาร์แข็งค่าและราคาน้ำมันพุ่ง ขณะที่นักลงทุนยังให้น้ำหนักต่อโอกาสที่เฟดจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ส่งผลให้เงินบาทมีโอกาสทดสอบแนวต้านสำคัญ 33.00-33.20 บาทต่อดอลลาร์ในระยะสั้น

เงินบาทเปิดสัปดาห์อ่อนค่า รับแรงกดดันจากดอลลาร์แข็งและน้ำมันพุ่ง

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.94 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนที่ 32.86 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

นับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาททยอยอ่อนค่าลงเข้าใกล้แนวต้านสำคัญบริเวณ 33.00 บาทต่อดอลลาร์อีกครั้ง โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-32.95 บาทต่อดอลลาร์ สอดคล้องกับบรรยากาศการลงทุนที่กลับเข้าสู่โหมดระมัดระวัง หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น

 

ปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นในตลาดเอเชียจากความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลกดดันสกุลเงินเอเชียรวมถึงเงินบาท

 

เฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย ตลาดยังเชื่อปีนี้มีโอกาสคุมเข้มนโยบายต่อ

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดการเงินคือ Dot Plot ชุดใหม่ของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงที่อัตราดอกเบี้ยอาจปรับขึ้นได้อีกในปีนี้

ล่าสุด นักลงทุนยังให้น้ำหนักสูงต่อโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยประเมินว่ามีโอกาสราว 56% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี ส่งผลให้เงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนต่อเนื่อง

สำหรับสัปดาห์นี้ นักลงทุนจะติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อ PCE เดือนพฤษภาคม ซึ่งถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน และถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่เฟดหลายราย

จับตาช่องแคบฮอร์มุซ ความเสี่ยงใหม่ของตลาดโลก

ฝั่งสหรัฐฯ และตะวันออกกลางยังคงเป็นศูนย์กลางความสนใจของตลาดโลก หลังสถานการณ์ความขัดแย้งกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการเดินเรือและการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

 

หากความขัดแย้งยกระดับจนกระทบการส่งออกน้ำมัน อาจส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอีก ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนเงินเฟ้อโลกและเพิ่มแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายแห่ง

ยุโรป อังกฤษ และญี่ปุ่น ลุ้นข้อมูลเศรษฐกิจชี้ทิศทางดอกเบี้ย

ในฝั่งยุโรป นักลงทุนรอติดตามดัชนี PMI ของยูโรโซน รวมถึงมุมมองของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยตลาดประเมินว่ามีโอกาสประมาณ 48% ที่ ECB จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้

ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ยังมีโอกาสประมาณ 37% ที่จะเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง

ส่วนญี่ปุ่น นักลงทุนจับตาเงินเฟ้อกรุงโตเกียวและดัชนี PMI เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งตลาดมองว่ามีโอกาสสูงถึง 95% ที่ BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้

กนง.มีแนวโน้มคงดอกเบี้ย 1% ประคองเศรษฐกิจไทย

สำหรับประเทศไทย Krungthai GLOBAL MARKETS คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ท่ามกลางผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อยังไม่แสดงสัญญาณเร่งตัวในวงกว้าง และยังไม่เห็นผลกระทบแบบ Second Round Effect ที่ชัดเจน

ตลาดยังรอติดตามตัวเลขการส่งออกและนำเข้าของไทยในเดือนพฤษภาคม โดยคาดว่าการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ยังได้รับแรงหนุนจากกระแสการลงทุนด้าน AI ทั่วโลก ขณะที่การนำเข้าอาจขยายตัวต่อเนื่องจากต้นทุนพลังงานและการลงทุนในโครงการ Data Center ส่งผลให้ดุลการค้าอาจยังอยู่ในภาวะขาดดุล

เงินบาทเสี่ยงทดสอบ 33 บาท แต่ยังเผชิญความผันผวนสองทาง

Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทเริ่มกลับมามีน้ำหนักมากขึ้นตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ทำให้มีโอกาสทดสอบแนวต้าน 33.00 บาทต่อดอลลาร์ และหากผ่านได้ อาจเห็นการอ่อนค่าต่อไปยังระดับ 33.20 บาทต่อดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทอาจถูกจำกัดจากความเสี่ยงที่เงินเยนญี่ปุ่นจะกลับมาแข็งค่า ทั้งจากการแทรกแซงค่าเงินของทางการญี่ปุ่น หรือจากภาวะปิดรับความเสี่ยงในตลาดการเงินโลก

ในทางกลับกัน หากสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย หรือข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด เงินบาทก็มีโอกาสกลับมาแข็งค่าได้เช่นกัน โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 32.50 บาทต่อดอลลาร์

แนะภาคธุรกิจใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง

ท่ามกลางความผันผวนที่ยังอยู่ในระดับสูง นักกลยุทธ์มองว่า ผู้ประกอบการและนักลงทุนควรใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะการใช้ Options เพื่อช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดเงิน

ในเชิงเทคนิค เงินบาทยังคงอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า จนกว่าจะสามารถกลับมาแข็งค่าทะลุระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง

  • กรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้: 32.50-33.20 บาทต่อดอลลาร์
  • กรอบเงินบาทใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า: 32.85-33.05 บาทต่อดอลลาร์