thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาทวันนี้ 19 มิ.ย.69 เงินบาทเปิด 32.78 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อย

ค่าเงินบาทวันนี้ 19 มิ.ย.69 เงินบาทเปิด 32.78 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อย

19 มิ.ย. 69 | 01:20 น.
อัปเดตล่าสุด :19 มิ.ย. 69 | 01:21 น.

เงินบาทเปิดตลาด 19 มิ.ย. 69 ที่ 32.78 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อยจากแรงหนุนเงินดอลลาร์และราคาทองคำที่ปรับลดลง จับตาเฟด สถานการณ์ตะวันออกกลาง และตัวเลขส่งออกไทย

KEY

POINTS

  • เงินบาทเปิดตลาดวันที่ 19 มิ.ย. 69 ที่ระดับ 32.78 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า
  • ปัจจัยหลักที่กดดันเงินบาทคือการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ จากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจขึ้นดอกเบี้ย และราคาทองคำที่ปรับตัวลดลง
  • กรุงไทย โกลบอล มาร์เก็ตส์ ประเมินว่าเงินบาทจะยังคงเผชิญความผันผวน โดยคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.65-32.90 บาทต่อดอลลาร์

เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่ 32.78 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า ท่ามกลางแรงหนุนของเงินดอลลาร์จากมุมมองตลาดที่ยังเชื่อเฟดมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ราคาทองคำอ่อนตัวและความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางค่าเงิน โดยกรุงไทย โกลบอล มาร์เก็ตส์ ประเมินเงินบาทยังเผชิญความเสี่ยงผันผวนสองทาง และเคลื่อนไหวในกรอบ 32.65-32.90 บาทต่อดอลลาร์ในระยะสั้น

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่ระดับ 32.78 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.76 บาทต่อดอลลาร์ โดยการเคลื่อนไหวในช่วงคืนที่ผ่านมาเป็นไปอย่างไร้ทิศทางชัดเจน แกว่งตัวในกรอบ 32.74-32.81 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และการปรับตัวลดลงของราคาทองคำในตลาดโลก 

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคาร กรุงไทย ระบุว่า แม้รายงานเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะออกมาผสมผสาน โดยยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้นสูงกว่าคาด ขณะที่ดัชนีภาคการผลิตของ Philadelphia Fed เดือนมิถุนายนปรับขึ้นสู่ระดับ 10.3 จุด ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ แต่ผู้เล่นในตลาดยังให้น้ำหนักกับโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ รีบาวด์แรง หนุนบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยงอีกครั้ง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น นำโดย Intel ที่พุ่งกว่า 10% หลังมีรายงานข่าวเตรียมร่วมมือกับ Apple ในการออกแบบและผลิตชิปภายในสหรัฐฯ ส่งผลให้ดัชนี S&P500 ปรับขึ้น 1.08% ขณะที่ Nasdaq พุ่ง 1.91%

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานยังเผชิญแรงขาย หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงจากข่าวการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านอุปทานพลังงานในตลาดโลก

ดอลลาร์แข็งค่า กดดันทองคำและเงินบาท

การปรับตัวขึ้นของเงินดอลลาร์ ประกอบกับภาวะเปิดรับความเสี่ยงของนักลงทุน ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงเข้าใกล้ระดับ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันให้เงินบาทเผชิญแรงอ่อนค่า

ขณะเดียวกัน เงินเยนญี่ปุ่นยังอ่อนค่าทะลุระดับ 161 เยนต่อดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อยจากความกังวลว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้ามาแทรกแซงตลาดเงิน ซึ่งช่วยจำกัดการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ในบางช่วง ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) เคลื่อนไหวบริเวณ 100.5-101 จุด และปิดล่าสุดใกล้ระดับ 100.8 จุด

บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ แกว่งตัว รอความชัดเจนด้านนโยบายการเงิน

ด้านตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เคลื่อนไหวในกรอบ 4.42-4.47% โดยได้รับแรงกดดันจากความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดและภาวะเปิดรับความเสี่ยงในตลาดการเงิน

อย่างไรก็ตาม การคลี่คลายของสถานการณ์ตะวันออกกลางและการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันช่วยชะลอแรงปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์ ขณะที่กรุงไทย โกลบอล มาร์เก็ตส์ ยังคงแนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมพันธบัตรระยะยาว หากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับขึ้นเหนือระดับ 4.50%

จับตาส่งออกไทย-ยอดค้าปลีกอังกฤษ

ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดจะติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของอังกฤษ โดยเฉพาะยอดค้าปลีกเดือนพฤษภาคม รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป

ส่วนปัจจัยในประเทศ นักลงทุนรอติดตามตัวเลขการส่งออกและนำเข้าของไทยประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งอาจส่งผลต่อมุมมองเศรษฐกิจไทยและทิศทางค่าเงินบาทในระยะสั้น

เงินบาทยังเสี่ยงผันผวนสองทาง

Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-way Risk จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงมุมมองของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยเฟด

แม้เงินบาทจะมีแรงกดดันด้านอ่อนค่าจากเงินดอลลาร์ที่แข็งแกร่ง แต่การกลับเข้ามาซื้อสินทรัพย์ไทยของนักลงทุนต่างชาติ ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร อาจช่วยพยุงค่าเงินบาทได้ในระยะสั้น ขณะที่ผู้ส่งออกยังรอขายเงินดอลลาร์บริเวณ 32.85-33.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งจะช่วยจำกัดการอ่อนค่าของเงินบาท

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในช่วง 32.65-32.90 บาทต่อดอลลาร์ โดยแนวโน้มหลักยังเป็นการแกว่งตัวในลักษณะอ่อนค่าหรือไร้ทิศทางที่ชัดเจน จนกว่าจะเห็นเงินบาทแข็งค่าทะลุระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างมีนัยสำคัญในกรอบรายสัปดาห์