
จับตา ‘เฟด’ ยุค 'เควิน วอร์ช' กสิกรไทยคาดคงดอกเบี้ย 3.50-3.75% ทั้งปี
จับตาประชุม FOMC วันที่ 16-17 มิ.ย. 2569 ครั้งแรกภายใต้การนำของนายเควิน วอร์ช กสิกรไทยคาดเฟดคงดอกเบี้ย 3.50-3.75% แต่ Dot Plot ใหม่อาจส่งสัญญาณเข้มงวดขึ้น และคงดอกเบี้ยตลอดปี
KEY
POINTS
- ตลาดการเงินจับตาการประชุมเฟดครั้งแรกภายใต้การนำของประธานคนใหม่ เควิน วอร์ช โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75%
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าเฟดมีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าวไปตลอดทั้งปี 2569 เพื่อรอประเมินทิศทางเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ
- คาดว่าเฟดในยุคของเควิน วอร์ช จะปรับเปลี่ยนแนวทางนโยบายโดยให้ความสำคัญกับเสถียรภาพราคาในระยะยาวและดำเนินนโยบายแบบมองไปข้างหน้า (Forward-Looking) มากขึ้น
ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) วันที่ 16-17 มิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของ Kevin Warsh ประธานเฟดคนใหม่ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยและกรุงศรีประเมินเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% แต่ส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงและความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ตลาดการเงินโลกกำลังจับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ระหว่างวันที่ 16-17 มิถุนายน 2569 อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐคนใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินโลกในระยะต่อไป
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่า เฟดจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% โดยประเด็นสำคัญที่ตลาดให้ความสนใจไม่ได้อยู่ที่ผลการประชุมเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงท่าทีและมุมมองของผู้นำเฟดคนใหม่ต่อเงินเฟ้อ เศรษฐกิจ และทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต
สันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน อาจเปลี่ยนทิศทางดอลลาร์
กรุงศรีมองว่า หากเฟดส่งสัญญาณว่าแรงกดดันเงินเฟ้อในปัจจุบันเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว เงินดอลลาร์มีโอกาสอ่อนค่าลง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดรับรู้ข่าวการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งคาดว่าจะมีการลงนามอย่างเป็นทางการที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันที่ 19 มิถุนายนนี้
อย่างไรก็ตาม หากเฟดยังคงแสดงจุดยืนเข้มงวด และเปิดทางต่อการใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัวเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ เงินดอลลาร์อาจกลับมาแข็งค่าต่อได้เช่นกัน
กสิกรไทยชี้เฟดคงดอกเบี้ย รอดูเงินเฟ้อระยะยาว
ด้านดร.ลลิตา เธียรประสิทธิ์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า คาดการณ์พื้นฐานยังมองว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมครั้งนี้ เพื่อรอประเมินทิศทางเงินเฟ้อและเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า
แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) เดือนพฤษภาคมจะเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 4.2% สูงสุดในรอบ 3 ปี แต่ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนพลังงาน ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานยังทรงตัวใกล้ระดับ 3% สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคาในระบบเศรษฐกิจยังไม่ได้เร่งตัวรุนแรงจนจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยทันที
ยุคใหม่ของเฟดภายใต้ Kevin Warsh
กสิกรไทยประเมินว่า ผู้นำเฟดคนใหม่มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพด้านราคาในระยะยาวเป็นหลักมากกว่าการตอบสนองต่อความผันผวนของเงินเฟ้อในระยะสั้น โดยมุ่งรักษาความน่าเชื่อถือของกรอบนโยบายการเงิน และลดความเสี่ยงจากการปรับนโยบายตามข้อมูลระยะสั้นที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น คือ การลดการพึ่งพาข้อมูลเศรษฐกิจย้อนหลัง หรือ Lagging Data และหันมาให้น้ำหนักกับการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและความเสี่ยงในอนาคตมากขึ้น สะท้อนแนวทางการดำเนินนโยบายแบบ Forward-Looking ที่มุ่งป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า มากกว่าการแก้ไขปัญหาหลังเกิดขึ้นแล้ว
นอกจากนี้ เฟดอาจลดการใช้เครื่องมือ Forward Guidance หรือการส่งสัญญาณนโยบายล่วงหน้าอย่างชัดเจน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการตัดสินใจและเปิดโอกาสให้สามารถปรับนโยบายได้อย่างรวดเร็วตามสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง
Dot Plot ใหม่ อาจส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น
ดร.ลลิตากล่าวว่า ภายใต้การนำของ Kevin Warsh เฟดอาจทบทวนบทบาทของ Dot Plot หรือแผนภาพคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยรายบุคคลของกรรมการเฟด โดยอาจลดความสำคัญลง เพื่อลดความเสี่ยงที่ตลาดจะตีความทิศทางนโยบายการเงินผิดพลาดจากการคาดการณ์รายบุคคล
Dot Plot ชุดใหม่ที่เฟดจะเปิดเผยหลังการประชุม อาจสะท้อนมุมมองที่เข้มงวดมากขึ้นเมื่อเทียบกับรอบก่อนหน้า จากเดิมที่ตลาดเคยมองว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้ 1 ครั้งในปีนี้ ล่าสุดมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่คณะกรรมการเฟดจะปรับมุมมองไปสู่การคงดอกเบี้ยตลอดทั้งปี 2569 และอาจมีกรรมการบางส่วนประเมินว่าจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง
ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐยังมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรักษาเสถียรภาพของตลาดแรงงานได้ แม้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะมีลักษณะ K-Shaped Recovery มากขึ้น โดยกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงครัวเรือนรายได้สูง ยังคงขยายตัวได้ดี ขณะที่ครัวเรือนรายได้ปานกลางถึงต่ำเริ่มเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและชะลอการใช้จ่าย
ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงมุมมองว่า เฟดมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ไปตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 แต่หากเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวสูงกว่าคาด ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งภายในปีนี้







