
จับตา “เควิน วอร์ช” คุมเฟด กดดันทองผันผวน กูรูแนะทยอยสะสมทองไทยโซน 69,400 บาท
ตลาดทองคำโลกเริ่มผันผวนรับประธานเฟดคนใหม่ “เควิน วอร์ช” หลังส่งสัญญาณหนุนนโยบายการเงินเข้มงวดและลดขนาดงบดุลเฟด ท่ามกลางเงินเฟ้อสูงและความตึงเครียดตะวันออกกลาง โบรกมองทองเข้าสู่ช่วงวัดใจ พร้อมแนะรอสะสมทองไทยบริเวณ 69,400 บาท เพื่อลุ้นรีบาวด์ระยะสั้น
KEY
POINTS
- การเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดของ "เควิน วอร์ช" อาจนำไปสู่นโยบายการเงินที่เข้มงวด ซึ่งจะส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าและสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ
- นโยบายของประธานเฟดคนใหม่ เช่น การลดขนาดงบดุล และการปรับเปลี่ยนการสื่อสารเชิงคาดการณ์ อาจเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดการเงินและราคาทองคำทั่วโลก
- นักวิเคราะห์แนะกลยุทธ์การลงทุนให้รอจังหวะทยอยซื้อสะสมทองคำไทยในโซนแนวรับสำคัญที่ 69,400 บาท เพื่อเก็งกำไรจากการดีดตัวกลับในระยะสั้น
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า การเข้ารับตำแหน่งของ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ โดยอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายการเงินสหรัฐฯ และเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดทองคำทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
หลังวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติรับรองด้วยคะแนน 54 ต่อ 45 ท่ามกลางภาวะ เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ในตะวันออกกลางและแรงกดดันทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบ โดยตรงต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) และราคาทองคำ
“การเข้ามาดำรงตำแหน่งของ “เควิน วอร์ช” ในฐานะประธานเฟดคนใหม่ เป็นที่จับตามอง ว่าจะสามารถ รักษาความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงส่งสัญญาณขับเคลื่อนนโยบายเพื่อปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยเร็ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่เริ่มมีสัญญาณชะลอตัว"
ขณะที่ต้นทุนพลังงานก็ทรงตัวในระดับสูง จากสถานการณ์ ความขัดแย้งกับประเทศอิหร่าน จากปัจจัยดังกล่าวส่งผล ให้ตลาดเริ่มปรับลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และกลับมาให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ ที่เฟดจำเป็นต้องกลับไปใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด
หากอัตราเงินเฟ้อมีสัญญาณเร่งตัวขึ้น และ “เควิน วอร์ช” เลือกดำเนินนโยบายที่เข้มงวดมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจกลายเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์สหรัฐฯ และ Bond Yield ให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อ ราคาทองคำ ในระยะสั้น
นอกจากนี้ เควิน วอร์ช ยังได้ส่งสัญญาณสนับสนุนการลด ขนาดงบดุลของเฟด ปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ราว 6.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงอาจมีการปรับลดการ สื่อสาร เชิงคาดการณ์ เช่น การเผยแพร่ประมาณการ อัตราดอกเบี้ยรายไตรมาส (Dot Plot) ซึ่งการเปลี่ยนแปลง ดังกล่าวอาจเพิ่มความผันผวน ให้ตลาดการเงินทั่วโลก ในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบาย
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้น ทางฝ่ายวิเคราะห์มองว่าราคาทองคำกำลังเข้าสู่ช่วงตัดสินสำคัญว่าจะฟื้นตัวขึ้นหรือปรับฐานลงลึก โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 4,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 69,400 บาท
หากสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ จะมีแรงรีบาวด์ขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ 4,640 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 70,900–71,600 บาท
แต่หากหลุด 4,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเห็นแรงขายกลับมากดดันลงสู่โซน 4,430 - 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทย ประมาณ 69,000–68,700 บาท ดังนั้น จึงแนะรอจังหวะทยอยซื้อโซนแนวรับเพื่อเล่นรอบรีบาวด์





