
ttb analytics หั่นคาดการณ์จีดีพีไทยปี 2569 เหลือโต 1.7% ชะลอจากปีก่อนโต 2.4%
ttb analytics หั่นจีดีพีไทยปี 2569 เหลือโต 1.7% เหตุสงครามตะวันออกกลาง กดดันส่งออก-ท่องเที่ยว ฉุดกำลังซื้อในประเทศชะลอ จับตา 3 นโยบายสำคัญ “ภาษีสหรัฐฯ-ดอกเบี้ยไทย-เสถียรภาพการคลัง”
KEY
POINTS
- ttb analytics ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทย (GDP) ปี 2569 เหลือ 1.7% ชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัว 2.4%
- ปัจจัยหลักที่กดดันเศรษฐกิจคือความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน การส่งออก การท่องเที่ยว และกำลังซื้อในประเทศ
- ภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกมีแนวโน้มชะลอตัว โดยคาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลง และการส่งออกจะเผชิญแรงกดดันในช่วงครึ่งปีหลัง
- มีการปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อเป็น 3.7% จากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และเตือนความเสี่ยงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อสูง (Stagflation)
หั่นจีดีพีไทยปี 2569 เหลือโต 1.7% พิษสงครามตะวันออกกลาง
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือขยายตัว 1.7% จากปีก่อนที่เติบโต 2.4% ท่ามกลางแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก ห่วงโซ่อุปทาน การท่องเที่ยว การส่งออก และกำลังซื้อในประเทศ
แม้ภาครัฐจะออกมาตรการพยุงเศรษฐกิจเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่า จะช่วยหนุนเศรษฐกิจได้ราว 0.4-0.8% ของจีดีพีก็ตาม
เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกปี 2569 ขยายตัว 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.7% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากภาคการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนด้านยานพาหนะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่เติบโตถึง 11.7%
สอดคล้องกับการเร่งนำเข้าสินค้าคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การส่งออกไปสหรัฐฯ ขยายตัวสูงถึง 41.9% จากอานิสงส์การเร่งส่งออกก่อนมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ และการเติบโตของอุตสาหกรรม AI และ Data Center ทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ttb analytics มองว่า การส่งออกในช่วงครึ่งหลังปีมีแนวโน้มชะลอลง จากความเข้มงวดด้านการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะมาตรการตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าและการใช้ไทยเป็นทางผ่านสินค้าจากจีน รวมถึงผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มกระทบเส้นทางโลจิสติกส์และการค้าโลก
สงครามกดดันส่งออก-ท่องเที่ยว ฉุดกำลังซื้อในประเทศชะลอ
ด้านภาคท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรง โดยคาดว่าปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 32 ล้านคน ลดลง 2.9% จากปีก่อน หากสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อ 6 เดือน อาจทำให้นักท่องเที่ยวหายไปอีก 2-3 ล้านคน และกระทบรายได้ท่องเที่ยวกว่า 1.6-2.1 แสนล้านบาท
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นยังเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยในฐานะประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ โดย ttb analytics ระบุว่า ทุกการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดไทยลดลงราว 4 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 0.7% ของจีดีพี และมีความเสี่ยงที่ดุลบัญชีเดินสะพัดจะกลับมาขาดดุลอีกครั้งในรอบ 3 ปี ซึ่งอาจกดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าในระยะยาว
เตือนความเสี่ยงราคาน้ำมันพุ่ง ดันเงินเฟ้อแตะ 3.7%
ขณะเดียวกัน ttb analytics ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2569 เป็น 3.7% จากแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ โดยประเมินกรณีฐานว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่หากสถานการณ์รุนแรงยืดเยื้อ 6-12 เดือน ราคาน้ำมันอาจพุ่งเฉลี่ย 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อไทยสูงถึง 6.6% และเพิ่มความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อสูง
นอกจากนี้ ttb analytics ยังชี้ 3 ปรากฏการณ์เชิงนโยบายที่ต้องจับตาในช่วงที่เหลือของปี ได้แก่
- ความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ หลังสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เร่งสอบสวนตามมาตรา 301 ต่อ 16 เขตเศรษฐกิจรวมถึงไทย ในประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินและการใช้ไทยเป็นทางผ่านสินค้าจีน ซึ่งอาจนำไปสู่การขึ้นภาษีหรือกำหนดกฎแหล่งกำเนิดสินค้าที่เข้มงวดขึ้น
- ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของนโยบายการเงิน แม้เงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัว แต่เศรษฐกิจชะลอลง ทำให้คาดว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดปีนี้
- ความท้าทายด้านเสถียรภาพการคลัง จากภาระหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูงใกล้เพดาน 70% ของจีดีพี โดยปัจจุบันหนี้สาธารณะไทยอยู่ที่ 66.4% ของจีดีพี แม้รัฐบาลเตรียมมาตรการกู้เงินเพิ่มเติมเพื่อพยุงเศรษฐกิจ แต่ยังต้องบริหารไม่ให้กระทบเสถียรภาพการคลังระยะยาว
ttb analytics ระบุว่า วิกฤตครั้งนี้สะท้อนความจำเป็นที่ไทยต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ทั้งการลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน การยกระดับอุตสาหกรรมส่งออก รวมถึงเพิ่มพื้นที่เชิงนโยบายด้านการคลังและการเงิน เพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า







